เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม นายวัง จื้อเจี้ยน กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำจังหวัดสงขลา ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การลดความยากจนไทย–จีน ภายใต้หัวข้อ “ร่วมสร้างบ้านแห่งความเจริญรุ่งเรืองที่มีอนาคตร่วมกัน” ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี โดยมีอาจารย์และนักศึกษาจีน หลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาหลักสูตรและการสอน คณะครุศาสตร์ ร่วมต้อนรับท่านกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน

โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วัฒนา รัตนพรหม อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี กล่าวต้อนรับ ซึ่งการจัดกิจกรรมดังกล่าวมุ่งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระหว่างสถาบันและนักวิชาการของทั้งสองประเทศ เชื่อมโยงงานวิจัย เทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญเข้ากับความต้องการของแต่ละพื้นที่ ตลอดจนเปิดโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐ มหาวิทยาลัย คลังสมอง สื่อมวลชน และเยาวชน ร่วมเสนอแนวทางความร่วมมือที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงใช้ประเด็นการพัฒนาชนบทและการยกระดับคุณภาพชีวิตเป็นจุดเชื่อมโยงความร่วมมือทางวิชาการระหว่างไทยกับจีน

ดำเนินการโดย ดร.วิรุฬห์ พิชัยวงศ์ภักดี รองคณบดีวิทยาลัยนานาชาติการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี และ เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่รับผิดชอบงานจีนและเอเชียแปซิฟิก มีนายหยาง เจี้ยนผิง ผู้อำนวยการศูนย์การสื่อสารเอเชียแปซิฟิก ผศ.ธาตรี กำแหง คณบดีคณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ ดร.จีรติ พูนเอียด คณบดีวิทยาลัยนานาชาติการท่องเที่ยว คณะผู้บริหาร คณะนักศึกษาแลกเปลี่ยนจีน ไทย นักศึกษาคณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ เอกจีน2+2 นักศึกษาวิทยาลัยนานาชาติการท่องเที่ยว เอกการจัดการท่องเที่ยวและบริการ ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักที่จะต้องเดินทางไปศึกษาแลกเปลี่ยน ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน ตามหลักสูตรการศึกษา ผู้แทนจากหน่วยงาน สถาบันการศึกษา คลังสมอง สื่อมวลชน และกลุ่มเยาวชนของไทยและจีน เข้าร่วมการเสวนา และมีการแสดงพิธีเปิดจากนักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 ร่วมสร้างสีสันในเวทีสัมนา
งานดังกล่าวจัดขึ้นโดยมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ศูนย์การสื่อสารเอเชียแปซิฟิกแห่งสำนักสารนิเทศต่างประเทศแห่งประเทศจีน สถานกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำจังหวัดสงขลา และคลังสมองเอเชียแปซิฟิก โดยมีศูนย์หนังสือจีน มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เป็นผู้ดำเนินงาน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วัฒนา รัตนพรหม อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า การพบปะครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการกระชับมิตรภาพอันยาวนานระหว่างไทยและจีน ผ่านความร่วมมือด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาในศตวรรษที่ 21 และสะท้อนสายสัมพันธ์ “จีน–ไทย ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” สำหรับมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ความเป็นพี่น้องดังกล่าวหมายถึงการร่วมสร้างอนาคตผ่านวิสัยทัศน์ SRU 2030 ที่มุ่งขับเคลื่อนการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยจึงมุ่งยกระดับความร่วมมือกับสถาบันของจีนใน 5 ด้าน

ได้แก่ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ผ่านหลักสูตรและการแลกเปลี่ยนร่วมกัน การวิจัยและนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์เศรษฐกิจและสังคม การประยุกต์ใช้ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับการศึกษาและอุตสาหกรรม การพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นโดยเชื่อมโยงศักยภาพภาคใต้สู่เครือข่ายระดับสากล และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมเพื่อสร้างมิตรภาพที่ยั่งยืนในระดับประชาชน พร้อมระบุว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่มีองค์กรใดสามารถสร้างความสำเร็จได้โดยลำพัง ความร่วมมือ การสร้างสรรค์ร่วมกัน และการเติบโตไปด้วยกันจึงเป็นหัวใจสำคัญ โดยเชื่อมั่นว่าการพบปะครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือบทใหม่ที่สร้างประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมแก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ

อีกทั้งยังมีการเสวนาพิเศษของนายวัง จื้อเจี้ยน กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ปัจจัยพื้นฐานที่ทำให้ภารกิจลดความยากจนของจีนประสบความสำเร็จ คือการนำที่เข้มแข็งของพรรคคอมมิวนิสต์จีน จีนยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ใช้กลไกผู้นำพรรค 5 ระดับร่วมรับผิดชอบงานลดความยากจน ตั้งแต่ส่วนกลางลงไปถึงระดับท้องถิ่น ทำให้ทุกฝ่ายมีเป้าหมายเดียวกันและสามารถระดมทรัพยากรเพื่อดำเนินงานขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือแบบตรงจุด ปรับมาตรการตามปัญหาของแต่ละคน และสร้างเงื่อนไขให้ประชาชนสามารถพัฒนาชีวิตของตนเอง ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากความร่วมแรงร่วมใจและการทำงานอย่างหนักของพรรคคอมมิวนิสต์จีน รัฐบาลจีน และประชาชนจีน ประสบการณ์ของจีนพิสูจน์ให้เห็นว่า ประเทศกำลังพัฒนาสามารถแก้ไขปัญหาความยากจนได้ แม้จีนและไทยจะมีบริบทแตกต่างกัน แต่ทั้งสองประเทศยังมีประสบการณ์ด้านการลดความยากจนและพัฒนาชนบทที่สามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้และช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้

นอกจากนี้ นายหยาง กล่าวว่า ความยากจนเป็นปัญหาระดับโลก และการขจัดความยากจนเป็นภารกิจร่วมของมนุษยชาติ จีนประสบความสำเร็จในการต่อสู้กับความยากจนและสร้างแนวทางลดความยากจนที่มีลักษณะเฉพาะของจีน ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาความยากจนของโลก แนวคิดของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ทั้งการยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง การช่วยเหลือแบบตรงจุด และการช่วยเหลือควบคู่กับการสร้างกำลังใจและเพิ่มพูนความรู้ เป็นหลักสำคัญของภารกิจลดความยากจนของจีน และเป็นภูมิปัญญาจีนที่ประเทศกำลังพัฒนาสามารถนำไปศึกษาได้ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการลดความยากจนและพัฒนาชนบทระหว่างจีนกับไทย จะช่วยแบ่งปันภูมิปัญญาด้านการพัฒนา ขยายความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม และสร้างประโยชน์ที่ประชาชนทั้งสองประเทศสัมผัสได้จริง เยาวชนจีนและไทยยังสามารถลงพื้นที่ชุมชน ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล อีคอมเมิร์ซ และเกษตรอัจฉริยะเปิดตลาดให้สินค้าเกษตร พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวการลดความยากจนที่มีพลังผ่านมุมมองของคนรุ่นใหม่

ต่อมาผศ.ธาตรี กำแหง คณบดีคณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ ได้กล่าวขอบคุณนายวัง จื้อเจี้ยน กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำจังหวัดสงขลา ในการเสวนาพิเศษและยังให้ความสนับสนุนทางการการศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีกับทางสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำจังหวัดสงขลาด้วยดีเสมอมา

ขณะมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี มีอาจารย์ ดร.ศักดิ์ชัย กรรมารางกูร ผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตรของไทย กล่าวว่า ได้ร่วมเดินทางกับผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วัฒนา รัตนพรหม อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ไปยังอำเภอตูอัน เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงของจีน และลงพื้นที่แปลงเพาะปลูกของเกษตรกร เพื่อศึกษาสภาพการปลูกและปัญหาที่เกิดขึ้นจริง พร้อมร่วมผลักดันความร่วมมือไทย–จีน ด้านส้มโอทับทิมสยาม โดยหวังว่าทั้งสองประเทศจะเร่งขยายการแลกเปลี่ยนด้านการเกษตร เชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการผลิตในชุมชน เพื่อช่วยให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นและมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ตลอดการจัดงาน ผู้แทนจากไทยและจีนได้หารือเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การวิจัยและนวัตกรรม เทคโนโลยีการเกษตร การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การพัฒนาเศรษฐกิจและชุมชนท้องถิ่น รวมถึงการแลกเปลี่ยนเยาวชน ตลอดจนร่วมแบ่งปันบทเรียนด้านการลดความยากจนและการพัฒนาชนบท เพื่อค้นหาแนวทางที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่อย่างเหมาะสมและยั่งยืนต่อไป