นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท MTS Gold แม่ทองสุก กล่าวบรรยายในโครงการพัฒนาศักยภาพผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจระดับสูง (พศส.) ปี 2569 หัวข้อ “สินทรัพย์ทางเลือก ทองคำน่าลงทุน?” ว่า ทองคำยังคงเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ทางเลือกที่น่าสนใจที่สุดสำหรับการลงทุนในระยะยาว เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกมาอย่างยาวนาน มีสภาพคล่องสูง ซื้อขายได้ทั่วโลก และสามารถรักษามูลค่าความมั่งคั่ง รวมถึงป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี
“ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนในระดับปานกลางเมื่อเทียบกับสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้น แต่มีข้อได้เปรียบคือความเสี่ยงต่ำกว่า จึงเหมาะสำหรับใช้กระจายความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุน และเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การลงทุนที่นักลงทุนทั่วโลกให้ความสำคัญ”

อย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับนักลงทุนทองคำจำนวนมาก ไม่ได้เกิดจากตัวทองคำ แต่เกิดจากการใช้เครื่องมือทางการเงินที่มีอัตราทด (Leverage) เช่น การซื้อขาย Gold Futures หรือการลงทุนด้วยมาร์จิ้น ซึ่งใช้เงินลงทุนเพียงส่วนน้อยเพื่อถือครองสินทรัพย์มูลค่าสูง ส่งผลให้ผลกำไรและผลขาดทุนขยายตัวหลายเท่า โดยยกตัวอย่างว่า หากใช้มาร์จิ้น 10% และราคาทองคำปรับตัวลงเพียง 2% ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนถึง 20% จึงมองว่า Gold Futures เหมาะกับการเก็งกำไรระยะสั้น มากกว่าการลงทุนระยะยาว
สำหรับผู้ที่ต้องการสะสมความมั่งคั่ง นพ.กฤชรัตน์ แนะนำให้ใช้วิธีลงทุนแบบ Dollar Cost Averaging (DCA) หรือการทยอยออมทองเป็นประจำ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา โดยปัจจุบันสามารถเริ่มออมทองได้ด้วยเงินหลักร้อยบาทผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ทำให้การลงทุนในทองคำเข้าถึงได้ง่ายกว่าที่ผ่านมา

นอกจากนี้ เทคโนโลยีดิจิทัลยังเข้ามาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการลงทุนทองคำอย่างต่อเนื่อง ทั้งการซื้อขายทองคำออนไลน์ การออมทอง และการพัฒนาโทเคนอ้างอิงทองคำ ซึ่งช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับนักลงทุน พร้อมย้ำว่า “ทองคำไม่มีวันตาย” เพราะสามารถปรับตัวเข้าสู่โลกดิจิทัลได้ และยังคงได้รับการยอมรับในฐานะสินทรัพย์ที่มีมูลค่าจริง
นพ.กฤชรัตน์ ยังกล่าวว่า แนวโน้มการลงทุนของโลกสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของทองคำ โดยธนาคารกลางหลายประเทศเพิ่มสัดส่วนการถือครองทองคำในทุนสำรองระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งทำให้หลายประเทศหันมาถือครองทองคำมากขึ้นเพื่อกระจายความเสี่ยงจากการถือครองสินทรัพย์สกุลเงินต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังมีความไม่แน่นอน ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่ช่วยรักษาความมั่งคั่ง กระจายความเสี่ยง และเป็นองค์ประกอบสำคัญของพอร์ตการลงทุนในระยะยาว ขณะที่ผู้ลงทุนควรเลือกเครื่องมือให้เหมาะกับวัตถุประสงค์ โดยการออมทองเหมาะสำหรับการสร้างความมั่งคั่ง ส่วนการลงทุนผ่าน Gold Futures ควรจำกัดอยู่ในกลุ่มผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูงและต้องการเก็งกำไรระยะสั้นเท่านั้น
นอกจากนี้ยังให้มุมมองการลงทุนทองปีนี้ ว่า อาจเป็นปีที่ทองคำจะให้ผลตอบแทนเป็นลบ ผลจากสงครามตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาน้ำมันพุ่ง เงินเฟ้อพุ่งตามจนเป็นเหตุให้ ธนาคารกลางสหรัฐ มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งทองกลัวดอกเบี้ยขึ้น ดังนั้น หากเฟดขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งทองจะมีแนวโน้มลงมาที่ 3,800 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ หากขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้ง ทองจะลงมาที่ 3,600 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ และจะมีแนวโน้มดีขึ้นในปีหน้าถ้าสงครามตะวันออกกลางจบลง
นพ.กฤชรัตน์กล่าวว่า นอกจากนี้สภาพตลาดรวมของทองคำยังได้รับผลจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย ออกมาตรการควบคุม เทรดทองเพราะมองว่าเป็นต้นเหตุบาทแข็งค่า และ ป้องกันการฟอกเงิน ซึ่งผลทำให้ปริมาณเทรดทองออนไลน์ลดลงมาเกือบ60% รวมถึงแนวคิดรัฐจะเก็บภาษีเข้ามาซึ่งทางสมาคมอยู่ระหว่างเจรจาเพราะถ้าเก็บภาษีจะทำให้ผู้ประกอบการทองไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน และ จะผลักออกไปสู่สิงคโปร์และฮ่องกง ที่ประกาศจะเป็นฮับ ด้านทองคำ


