เมื่อวันที่ 19 ก.ค. พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.สันติ พิทักษ์สกุล ผกก.สภ.สังขละบุรี พ.อ.เจนยุทธ ประเสริฐพงศ์ธร รอง ผบ.ฉก.ลาดหญ้า/รอง ผบ.ร.19 จ.กาญจนบุรี พ.ต.ท.มนัส พร้อมศักดิ์โสภณ รอง ผกก.ป.สภ.สังขละบุรี พ.ต.ท.ประดิษฐ์ แร่เพชร สวป.สภ.สังขละบุรี จนท.ศุลกากรสังขละบุรี ตชด.ร้อย 134 ตม.จว.กาญจนบุรี อส.ปกครองอำเภอสังขละบุรี ร่วมสายตรวจจุดตรวจร่วมน้ำเกิ๊ก เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันออกตรวจลาดตระเวนพื้นที่แนวตะเข็บชายแดน เพื่อป้องกันการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองของแรงงานต่างด้าว และป้องกันการลักลอบขนยาเสพติด สินค้าหนีภาษี ตามนโยบายผู้บังคับบัญชา ถึงบริเวณทางเข้าหมู่บ้านแม่ติ้ว หมู่ 8 ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี ห่างจากชายแดนประมาณ 4 กิโลเมตร ได้พบรถยนต์กระบะ อีซูซุ D-Max สีเทาดำ หมายเลขทะเบียน บว 3607 กาญจนบุรี มุ่งหน้าไปทางบ้านพระเจดีย์สามองค์ เจ้าหน้าที่ชุดตรวจยึดจึงได้เข้าตรวจสอบ ไม่มีผู้ขับขี่

เจ้าหน้าที่ชุดตรวจยึดได้ตรวจค้นรถ พบถังพลาสติกสีน้ำเงินจำนวน 8 ถัง อยู่บริเวณหลังกระบะรถ มีผ้าใบสีเทาปิดคลุมอย่างดี เจ้าหน้าที่ชุดตรวจยึดจึงได้ตรวจสอบภายในถังน้ำมัน พบน้ำมันดีเซลบรรจุอยู่ภายในถังละ 200 ลิตร 8 ถัง ภายในถังพบน้ำมันดีเซลประมาณ 1,600 ลิตร คิดเป็นภาษีศุลกากรเปรียบเทียบปรับ 4 เท่าของมูลค่า 236,800 บาท เจ้าหน้าที่ตรวจยึดจึงได้นำรถพร้อมถังน้ำมันดีเซลของกลางนำส่ง สภ.สังขละบุรี เพื่อทำการตรวจยึด ตรวจสอบหาผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีต่อไป

ต่อมาชุดจับกุมดังกล่าวได้รับรายงานจากสายลับว่าจะมีขบวนการขนแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา เจ้าหน้าที่จึงได้ออกลาดตระเวนแนวตะเข็บชายแดน หมู่ 8 บ้านน้ำเกิ๊ก ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ฝั่งตรงข้ามหมู่บ้านบ่อญี่ปุ่น ประเทศเมียนมา พบกลุ่มหนุ่มสาววัยทำงาน 40 คน ชาย 28 คน หญิง 12 คน ชาวเมียนมาทั้งหมด เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าทำการตรวจค้นขอดูเอกสาร แต่ไม่สามารถนำเอกสารมายืนยันกับเจ้าหน้าที่ได้ จึงแจ้งข้อกล่าวหา พ.ร.บ.คนเข้าเมือง จับกุมผู้ต้องหาชาวเมียนมาทั้งหมดนำส่ง สภ.สังขละบุรี ดำเนินคดีสอบสวนขยายผลต่อไป

นางสาวคิน อายุ 24 ปี ชาวยะไข่ ประเทศเมียนมา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเองได้หนีความไม่สงบภายในประเทศเมียนมา ที่มีการสู้รบกันตลอดเวลา อยู่ที่บ้านไม่มีงานทำ เกรงว่าอนาคตถ้าอยู่ไปจะอดตาย จึงหนีมาตายเอาดาบหน้าเพื่อหลบหนีเข้ามาทำงานในพื้นที่ชั้นในของประเทศ โดยจะเดินทางไปทำงานเป็นแม่บ้านที่ตัวจังหวัดชุมพร ได้เสียค่านายหน้านำพาเป็นเงิน 30,000 บาท ซึ่งก่อนหน้านี้ตนเองได้เคยมาทำงานที่ประเทศไทยแล้ว