พระเมธีวัชรบัณฑิต หรือ “เจ้าคุณหรรษา” เจ้าอาวาสวัดใหม่ยายแป้น เจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำกรุงเทพฯ แห่งที่ 79 กล่าวว่า จากการประชุมระดมแนวคิดการออกแบบพื้นที่ “นิพพานสถานธรรม” โดยมีนักออกแบบหรือดีไซเนอร์ นักออกแบบตกแต่งภายใน นักออกแบบภูมิทัศน์ แพทย์แผนปัจจุบัน แพทย์ไทยแผนโบราณ นักจิตวิทยา ผู้แทนชุมชน อาทิ นายนภพล มนต์มนัสสิทธิ ผอ.เขตบางกอกน้อย นพ.วิโรจน์ ตระการวิจิตร หรือ “หมอคิม” อดีตผอ.โรงพยาบาลนครธน ผู้เขียนหนังสือ ปรับใจ เยียวยากาย คุณสุมิตรา วงภักดี นักสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ศาสตราจารย์ ดร.สุริยเดว ทรีปาตรี ผอ.ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาเด็กและวัยรุ่น เป็นต้น ยอมรับว่าเป็นงานที่ยาก งานที่ว่ายาก คือ งานพาคนไปนิพพาน หลายคนไม่อยากไปเพราะเข้าใจว่าไปนิพพาน คือ ไปตาย ความจริงนั้นไม่ใช่ ต้องเข้าใจว่าสิ่งที่ติดตัวมาทุกภพทุกชาติ แม้ชาตินี้ไม่ได้ชาติต่อไปต้องได้ ในขณะที่เราเดินทางสิ่งที่เกิดขึ้นในสองเท้าที่ก้าวเดิน คือการมีสติ เมื่อมีสติ นิพพานก็จะเกิดขึ้นตลอดเวลา ไม่ได้หมายความว่าต้องรอให้ตายแล้วจึงได้นิพพาน

พระเมธีวัชรบัณฑิต กล่าวต่อไปว่า นิพพาน คือ ความเย็น ความสงบ ความสุข เราอาจจะลืมไปว่าเรามีหมุดหมายจึงพาตัวเองไปทำอะไรก็ไม่รู้ ไม่มีใครคอยกระตุ้นว่า นิพพานอยู่ในใจ คำนี้ไม่ปรากฏ จึงเป็นที่มาว่า ทำไมพวกเราต้องชูนิพพานขึ้นมาอีกรอบหนึ่ง เพื่อให้ทุกคนนึกขึ้นมาได้ว่า ไม่ได้หายไปไหน ดังนั้นพระพุทธเจ้าจึงให้เรานึกถึงนิพพานอยู่ตลอดเวลา ทุกลมหายใจเข้าออกว่า เย็นนะ เบานะ นำพาให้จากการแบกสู่การวาง แบกอะไร แบกอัตตา แบกชื่อเสียง แบกยศ แบกตำแหน่ง แบกเงินทอง แบกลูกแลกหลาน แบกบ้านเรือน แบกโลกกันเอาไว้ ตื่นเช้ามาก็แบกกันแต่เช้า ทำงานก็แบก เจอลูกค้าก็แบก ชีวิตมีแต่แบก คนในกรุงแบกมากกว่าคนต่างจังหวัด ที่พอมืดค่ำก็หลับแล้ว คนต่างจังหวัดหิว คนยากจนหิว พออาหารตกถึงท้องก็หลับแล้ว ไม่สนใจ แต่มีคนกลุ่มหนึ่งนอนไม่หลับ คือ คนรวย คนมีเงินมีทอง คนมียศมีตำแหน่ง มีเกียรติยศศักด์ศรี มีหน้าตา คนพวกนี้นอนไม่หลับ จะทำอย่างไรถึงนอนหลับ ก็ต้องวาง ถ้าจะวางก็ต้องมา “นิพพานสถานธรรม” เราจึงมาร่วมกันสร้างสถานที่อันร่มรื่น มีแม่น้ำใสเย็น มีอาหารสัปปายะ มีอุตุสัปปายะ อากาศดี ต้นไม้ใบหญ้า ที่อยู่ที่พักดีมาก เป็นสัปปายะ น้อมนำไปสู่ธรรมะสัปปายะ เช่นเดียวกับที่อุรุเวลาเสนานิคม เป็นสถานที่พระพุทธเจ้าถึงนิพพานได้ จากแม่น้ำเนรัญชรามาสู่คลองบางกอกน้อย

พระเมธีวัชรบัณฑิต กล่าวอีกว่า วัดใหม่ยายแป้นมีพื้นที่ติดคลองบางกอกน้อย เดิมนั้นภาพของวัดไม่ดีเท่าที่ควร เพราะถูกสะสมมาเรื่อยๆ ทำให้ญาติโยมคนชั้นกลางทั้งหลายไม่มีสถานที่ปฏิบัติธรรม พากันไปสร้างในพื้นที่ป่าเขา สร้างบนเขาใหญ่ เพื่อไปหาอีโคซิสเต็มแห่งใหม่ เพื่อหาที่เย็นที่เบา บ้างก็ทำที่ปฏิบัติธรรมในหมู่บ้านจัดสรร เมื่อมาถึงวัดใหม่ยายแป้นจึงอยากสร้างให้เป็นนิพพานสถานธรรม สถานธรรมที่นำผู้คนพ้นจากสภาพที่แบกเข้าสู่การปล่อยวาง นิพพาน แปลว่า “วาง” นิพพานัง ปรมัง สุญญัง สถานธรรมที่นำผู้ปฏิบัติซึ่งกำลังแบกโลกอยู่เข้าถึงวิธีแห่งการวาง เราจึงนำแบรนด์นี้มาเป็นอีโคซีสเต็มที่ดี มีเส้นทางน้ำ มีเส้นทางบก เข้าถึงอย่างสะดวกสบาย



