เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 – นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยระหว่างร่วมคณะนักธุรกิจพบปะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ที่เมืองเฉิงตู ว่า การโรดโชว์ครั้งนี้จะช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากภูมิภาคสำคัญอย่างเมืองฉงชิ่งและมณฑลเสฉวน ซึ่งเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงที่สำคัญของจีน ทั้งกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีขั้นสูง และอุตสาหกรรมการบิน หากไทยสามารถสร้างพันธมิตรจากพื้นที่เหล่านี้ได้ จะส่งผลบวกอย่างมากต่อการเพิ่มเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ
ทั้งนี้ ข้อมูลในปีที่ผ่านมาระบุว่า ประเทศไทยมีเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศอยู่เพียง 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่คู่แข่งสำคัญอย่างเวียดนาม สามารถดึงเม็ดเงินลงทุนได้สูงถึง 27,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ตัวเลขที่แตกต่างดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อการเติบโตของ GDP ทำให้ไทยจำเป็นต้องเร่งยกระดับบทบาทการเป็นฐานการผลิตและส่งออก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ เพื่อชดเชยการลงทุนจากกลุ่มทุนตะวันตกที่ยังเข้ามาน้อยกว่าที่ควร แม้จะเริ่มมีสัญญาณบวกจากการลงทุนในกลุ่ม Data Center แล้วก็ตาม
สำหรับหัวใจสำคัญของการดึงดูดทุนจีน คือการสร้างความไว้วางใจและความเป็นมิตรระหว่างประเทศ เนื่องจากนักลงทุนจีนให้ความสำคัญอย่างมากกับความพร้อมด้านกฎหมาย สิทธิประโยชน์ทางภาษี และการอำนวยความสะดวกจากภาครัฐ เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุน
“การเดินทางเยือนครั้งนี้มีนิมิตหมายที่ดี เนื่องจากนายกรัฐมนตรีมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งทั้งในมิติของภาครัฐ การเมือง และภาคเอกชน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและธรรมาภิบาล ทำให้ผู้นำระดับสูงของจีนพร้อมรับฟังข้อเสนอ เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนที่กำลังมองหาศูนย์กลางการผลิตในอาเซียน เมื่อเทียบกับเวียดนาม มาเลเซีย หรืออินโดนีเซีย”



