นายคนึงกิจ พรหมนุชานนท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดลำปาง (พศจ.ลำปาง) กล่าวว่า สำนักงานเจ้าคณะจังหวัดลำปาง ร่วมกับพศจ.ลำปาง จัดโครงการประชุมสัมมนาพระวินยาธิการและผู้เกี่ยวข้องจังหวัดลำปาง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ หอประชุมสงฆ์คณะจังหวัดลำปาง วิทยาลัยสงฆ์นครลำปาง เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และแนวทางการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ในการกวดขันพฤติกรรมของพระภิกษุสามเณรให้อยู่ในกรอบพระธรรมวินัยและกฎมหาเถรสมาคมอย่างเคร่งครัด โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการฯ 250 รูป/คน ประกอบด้วยพระวินยาธิการประจำเขตปกครองทุกตำบลในจังหวัดลำปาง ตำบลละ 2 รูป และเครือข่ายพระวินยาธิการจังหวัดลำปาง โดยได้รับความเมตตาจากพระราชจินตวชิราภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดลำปาง และพระวิสุทธิวชิรวิมล เจ้าคณะจังหวัดลำปาง-แพร่ (ธ) ประธานคณะกรรมการพระวินยาธิการประจำจังหวัดลำปาง เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฯ และให้โอวาท พร้อมทั้งบรรยายพิเศษในหัวข้อ “อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการพระวินยาธิการประจำจังหวัด และบทบาทหน้าที่ของพระวินยาธิการ” เพื่อวางกรอบทิศทางการทำงานเชิงรุก

​นายคนึงกิจ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ยังมีการบรรยายด้านกฎหมายและคดีความ เช่น เรื่อง “กฎหมายและคดีที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของพระวินยาธิการ” โดยวิทยากรจากสำนักงานอัยการจังหวัดลำปาง เพื่อให้พระวินยาธิการเข้าใจข้อกฎหมายบ้านเมืองและการประสานงานในกระบวนการยุติธรรม การบรรยายเรื่อง “การบันทึก การสอบสวน การสังเกตพฤติกรรมของผู้กระทำความผิด โดยวิทยากรจากกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง เพื่อเสริมทักษะการตรวจสอบ พฤติกรรมเสี่ยง และการเข้าดำเนินการควบคุมสถานการณ์ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างถูกวิธี การบรรยายเรื่อง “บทบาทและหน้าที่ของสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดต่อการปฏิบัติหน้าที่ของพระวินยาธิการ” โดยผอ.พศจ.ลำปาง เพื่อซักซ้อมความเข้าใจในระบบรายงานข้อมูลและการสนับสนุนงานคณะสงฆ์

ผอ.พศจ.ลำปาง กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้พระวินยาธิการ หรือที่สังคมรู้จักในนาม “ตำรวจพระ” ถือเป็นกลไกสำคัญยิ่งของมหาเถรสมาคม (มส.) ในการปกป้องและค้ำจุนพระพุทธศาสนา การสัมมนาในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพให้พระวินยาธิการสามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ ทั้งตามหลักพระธรรมวินัยและกฎหมายบ้านเมือง ซึ่งจะช่วยคัดกรองและแก้ไขปัญหาพระภิกษุสามเณรที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมได้อย่างรวดเร็ว เพื่อการสร้างความเลื่อมใสศรัทธาที่มั่นคงให้แก่พุทธศาสนิกชนในจังหวัดลำปางต่อไป