เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กทม.ยกระดับตรวจมาตรฐานความปลอดภัยของสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการทั่ว กทม. ซึ่งผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ สั่งการให้สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ลงพื้นที่ลุยตรวจละเอียดทั้ง 919 แห่ง ภายใน 1 เดือน

ล่าสุด กทม.ออกแบบเช็กลิสต์ใหม่ เพิ่มความปลอดภัยครอบคลุม ภายใต้กรอบกฎหมาย เพื่อใช้เป็นมาตรฐานกลางในการสำรวจทุกพื้นที่ โดยจะส่งให้ผู้ประกอบการนำไปประเมินตัวเองเบื้องต้น อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการร้านอาหารโดยทั่วไปต้องขอใบอนุญาตจาก กทม. 2 ประเภท ได้แก่ ใบอนุญาตจำหน่ายอาหาร และ ใบอนุญาตกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ (กรณีที่มีการแสดงดนตรี) ด้วย
“ทีมข่าวชุมชนเมือง” เปิดเช็กลิสต์ใหม่ หรือชื่อเป็นทางการว่า “แบบตรวจสอบประเมินสถานบริการและสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายสถานบริการ” สาระสำคัญ เป็นการเช็กรายละเอียดตั้งแต่ข้อมูลจำเป็นของสถานประกอบการ ไปจนถึงระบบความปลอดภัย การป้องกันอัคคีภัย และสุขอนามัย ยกตัวอย่าง
- ข้อมูลของสถานประกอบการ ต้องมีชื่อเจ้าของ ลักษณะอาคาร ขนาดพื้นที่ จำนวนพนักงาน ความจุ และข้อมูลว่าเคยมีเรื่องร้องเรียนหรือไม่
- ข้อมูลใบอนุญาต ได้แก่ 1.ใบอนุญาตกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ หากแสดงดนตรีจะเข้าข่ายต้องมีใบอนุญาต กิจการ (8) 2.ใบอนุญาตหรือหนังสือรับรอง การแจ้งจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหาร 3.ใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ จาก ผบช.น.

- ข้อมูลการตรวจประเมินด้านความปลอดภัยด้านอาคาร ทั้งการก่อสร้างและป้องกันอัคคีภัย ที่มีหัวข้อทั้งส่วนระบบระบายอากาศ ระบบไฟฟ้า วัสดุตกแต่งฉนวนกันร้อน-กันเสียง ต้องติดไฟยาก-ลามไฟช้า ผ่านการทดสอบมาตรฐาน
- กรณีพื้นที่ไม่เกิน 1,000 ตร.ม. หรือจุคนไม่เกิน 500 คน การป้องกันอัคคีภัยต้องมีเครื่องหมาย-ไฟป้ายทางออกฉุกเฉิน มีแหล่งจ่ายอิสระติดตั้งตลอดเส้นทางอพยพ / กรณีพื้นที่มากกว่า 500 ตร.ม.ขึ้นไป ต้องมีระบบดับเพลิงอัตโนมัติ มีระบบแจ้งเหตุ ติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิง และเส้นทางหนีที่ทุกทางออกต้อง “เปิดออก” โดยไร้สิ่งกีดขวาง ตลอดทางหนีต้องมีป้ายบอกชัดเจน
- กรณีพื้นที่เกิน 1,000 ตร.ม. หรือจุเกินกว่า 500 คน เส้นทางหนีไฟ สําหรับอาคารสูงตั้งแต่ 4 ชั้นขึ้นไป ให้มีบันไดหนีไฟที่ไม่ใช่บันไดแนวดิ่ง เพิ่มจากบันไดหลัก และบันไดหนีไฟภายในต้องมีผนังทุกด้านโดยรอบทำด้วยวัสดุไม่ติดไฟ ไม่มีสิ่งกีดขวาง ประตูทุกบานต้องเปิดออกได้จากด้านทิศทางหนีไฟเสมอ มีระบบสัญญาณแจ้งเหตุ ระบบส่งสัญญาณแจ้งเหตุชนิดเปล่งเสียง หรือแสงกะพริบเป็นระบบอัตโนมัติติดตั้งทุกชั้น ต้องมีอุปกรณ์ตรวจจับควัน-ตรวจจับความร้อน มีอุปกรณ์ระงับเพลิงแบบมือถือ 1 เครื่องต่อพื้นที่อาคารไม่เกิน 200 ตร.ม. ทุกระยะไม่เกิน 45 เมตร แต่ไม่น้อยกว่าชั้นละ 1 เครื่อง มีการซ้อมอพยพอย่างน้อยปีละครั้ง และตรวจสอบการทำงานของระบบป้องกันทุก 6 เดือน เป็นต้น

- ด้านสุขลักษณะ ต้องกำกับระดับเสียงและความสั่นสะเทือน การควบคุมและป้องกันเสียงภายในสถานประกอบการต้องไม่เกิน 90 เดซิเบลเอ มีค่าสูงสุด ณ เวลาใดเวลาหนึ่งไม่เกิน 110 เดซิเบลเอ การมีระบบระบายหรือฟอกอากาศ ปลอดบุหรี่ และมีแสงสว่างเพียงพอ เลเซอร์ที่ใช้ต้องสำหรับสถานบันเทิงไม่ก่อผลกระทบสายตา
- การห้ามบุคคลอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าใช้ หรือขายแอลกอฮอล์ให้แก่บุคคลอายุต่ำกว่า 20 ปี และห้ามเปิดทำการเกินกฎหมายกำหนด.




