บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC เดินหน้าปรับการดำเนินธุรกิจด้วยแนวทาง โฮลิสติก ออปติไมเซชัน (Holistic Optimization) เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงานทั้งองค์กร โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเชื่อมโยงการดำเนินงานตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การตลาด ไปจนถึงการทำงานภายในองค์กร เป้าหมายคือเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างมูลค่าเพิ่ม และวางรากฐานการเติบโตในระยะยาว ภายใต้กลยุทธ์ Digital 3 Smarts โดยตั้งเป้าเพิ่ม EBITDA อีกกว่า 300 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2030 เมื่อเทียบกับปีฐาน 2025

‘พรศักดิ์ มงคลตรีรัตน์’ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจเพื่อความเป็นเลิศ GC กล่าวว่า บริษัทมีจุดแข็งจากการดำเนินธุรกิจแบบบูรณาการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทำให้สามารถบริหารจัดการวัตถุดิบ การผลิต และการตลาดได้อย่างยืดหยุ่น จึงต่อยอดสู่แนวทาง Holistic Optimization ที่เชื่อมโยงทุกกระบวนการเข้าด้วยกัน โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เช่น ปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ คลาวด์คอมพิวติง และไอโอที เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดต้นทุน และเสริมศักยภาพการแข่งขันขององค์กรในระยะยาว

3 แกนขับเคลื่อน

GC วางแนวทาง Holistic Optimization ไว้ 3 ด้าน ได้แก่ การสร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบ การเพิ่มมูลค่าผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และตลาด และการยกระดับประสิทธิภาพการผลิตตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยมีเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องมือสำคัญในการเชื่อมโยงทุกกระบวนการให้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

ด้านวัตถุดิบ บริษัทเพิ่มความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานผ่านโครงการ Olefins Feedstock Security ด้วยการนำเข้าอีเทนจากสหรัฐอเมริกา เพื่อเพิ่มทางเลือกในการจัดหาวัตถุดิบและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุน ส่วนด้านตลาด ได้มีการปรับบทบาทสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันครบวงจร โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ร่วมกับลูกค้าและพันธมิตร ผ่านศูนย์ Innovation Solution Center เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดและต่อยอดสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่

ดิจิทัลลดต้นทุน ลดคาร์บอน

GC นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้พัฒนาโรงงานสู่แนวคิดสมาร์ต แพลนต์ (Smart Plant) โดยใช้ AI และแบบจำลองโรงงานวิเคราะห์ข้อมูลการผลิตแบบเรียลไทม์ ช่วยให้การวางแผนและการเดินเครื่องสอดคล้องกันทั้งระบบ พร้อมนำ AI แมชชีนเลิร์นนิง (Machine Learning) ดวงตาอัจฉริยะ (AI Vision) โดรน และหุ่นยนต์ มาใช้ตรวจสอบอุปกรณ์ คาดการณ์ความผิดปกติล่วงหน้า เพิ่มความปลอดภัย ลดเวลาการตรวจสอบ และลดค่าใช้จ่ายด้านการซ่อมบำรุง

นอกจากนี้ยังเดินหน้าเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในกระบวนการผลิต เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2050 โดยเป็นบริษัทเคมีภัณฑ์รายแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่นำเทคโนโลยี ‘ฮีโร่’ มาใช้ในระดับอุตสาหกรรม ด้วย AI และการจำลองกระบวนการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแลกเปลี่ยนความร้อน ลดการใช้พลังงาน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ขณะเดียวกันยังใช้ AI วิเคราะห์แนวโน้มราคา ต้นทุน และความต้องการของตลาด เพื่อช่วยวางแผนการขาย ขยายฐานลูกค้า และเพิ่มโอกาสในการแข่งขันทางธุรกิจ

คนและนวัตกรรม

GC ยังปรับกระบวนการทำงานภายในองค์กรให้กระชับขึ้น ลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน และนำปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) มาเป็นผู้ช่วยในการทำงาน เพื่อให้พนักงานใช้เวลากับงานที่สร้างคุณค่าได้มากขึ้น ควบคู่กับการส่งเสริมวัฒนธรรมGC StandOut Through INnovation ที่เปิดโอกาสให้บุคลากรนำประสบการณ์จากการทำงานจริงมาต่อยอดเป็นแนวคิดและนวัตกรรมใหม่ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานขององค์กรอย่างต่อเนื่อง พร้อมสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว