ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (อีไอซี) เปิดข้อมูลหนี้ครัวเรือนในไตรมาสแรกปี 69 แตะระดับ 85.9% ต่อจีดีพีลดลงต่ำสุดในรอบ 6 ปีแต่ยังไม่สะท้อนฐานะการเงินครัวเรือนที่แข็งแกร่งขึ้น โดยสาเหตุที่สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพี ลดลงเร็วในไตรมาสนี้เพราะครัวเรือนเข้าถึงสินเชื่อในระบบสถาบันการเงินหลักได้ยาก

ทั้งนี้ แม้หนี้ครัวเรือนไตรมาสแรกกลับมาขยายตัวเพิ่มขึ้นบ้าง 0.5% จากไตรมาสก่อนที่แทบไม่โต แต่การขยายตัวหลักยังมาจากสินเชื่อเพื่ออุปโภคบริโภคส่วนบุคคล ขณะที่สินเชื่อจากสถาบันการเงินหลักยังคงหดต่อเนื่องนานกว่า 2 ปีอยู่ที่ราว ติดลบ 2.1% สะท้อนมาตรฐานการปล่อยสินเชื่อที่ยังเข้มงวด ขณะที่สินเชื่อสถาบันการเงินภาครัฐช่วยพยุงสินเชื่อเพิ่มได้บ้าง ตามนโยบายรัฐบาลเพื่อประคองสภาพคล่องและบรรเทาภาระทางการเงินของครัวเรือน แต่เติบโตชะลอลงอยู่ที่ 1.6%

นอกจากนี้ยังเกิดจากครัวเรือนหันไปพึ่งพาแหล่งเงินกู้ที่เข้าถึงง่ายมากขึ้น โดยสินเชื่อผ่านโรงรับจำนำและสหกรณ์ออมทรัพย์ขยายตัวสูงต่อเนื่อง โดยเฉพาะโรงรับจำนำที่เร่งตัวถึง 18.3% สะท้อนว่าครัวเรือนบางส่วนเริ่มหันไปใช้แหล่งเงินกู้ที่มีเงื่อนไขยืดหยุ่นและเข้าถึงง่ายกว่า เช่น การใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันระยะสั้นในโรงรับจำนำ แม้มีต้นทุนทางการเงินสูงกว่า หรือการกู้จากสหกรณ์ออมทรัพย์ที่ยังขยายตัวอยู่ที่ 5%

ขณะเดียวกันประเมินว่า สัดส่วนหนี้ครัวเรือนไทยต่อจีดีพี จะลดลงสู่ระดับ 83.5-84.5% ในสิ้นปีนี้ โดยมีแรงกดดันจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ การเข้าถึงสินเชื่อยังจำกัด ทำให้หนี้ครัวเรือนมีแนวโน้มขยายตัวต่ำ ภาวะการเงินที่ยังตึงตัว มาตรฐานการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินที่ยังเข้มงวด ทำให้ครัวเรือนเข้าถึงสินเชื่อใหม่ได้ยาก 

ขณะที่ครัวเรือนลดการก่อหนี้และระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น รายได้ที่ฟื้นตัวช้า ค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูง และความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจ กดดันความสามารถในการชำระหนี้ ทำให้ครัวเรือนจำนวนมากชะลอการก่อหนี้ใหม่ และจีดีพีขยายตัวสูงขึ้นจากแรงกดดันเงินเฟ้อ ขณะที่ภาระหนี้และความสามารถในการชำระหนี้ของครัวเรือนยังเปราะบาง

สำหรับสุขภาพการเงินครัวเรือนไทยยังเปราะบางจาก 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ตลาดแรงงานเริ่มอ่อนแอลง ทั้งอัตราการว่างงานที่สูงขึ้น ชั่วโมงการทำงานที่ลดลง และค่าจ้างเฉลี่ยที่กลับมาหดตัว ซึ่งเพิ่มแรงกดดันต่อรายได้และความสามารถในการชำระหนี้ และภาระหนี้ของครัวเรือนบางส่วนอาจยังไม่สะท้อนอยู่ในตัวเลขหนี้ครัวเรือน โดยเฉพาะหนี้จากกองทุนหมู่บ้าน กองทุนชุมชนเมือง และหนี้นอกระบบ ซึ่งครัวเรือนรายได้น้อยมีแนวโน้มพึ่งพามากขึ้น

นอกจากนี้คุณภาพสินเชื่อครัวเรือนยังอยู่ในระดับที่ต้องเฝ้าระวัง สินเชื่อด้อยคุณภาพ แม้ทยอยปรับดีขึ้นบ้างแต่ยังอยู่ในระดับสูง สะท้อนภาวะการเงินที่ยังตึงตัว ทำให้ครัวเรือนเข้าถึงสินเชื่อใหม่ได้ยาก และครัวเรือนที่มีหนี้มากกว่าครึ่งมีรายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย โดยเฉพาะครัวเรือนรายได้น้อย ซึ่งยังมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายรวมภาระชำระหนี้สูงกว่ารายได้