เมื่อเวลา 13.10 น. วันที่ 17 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร) ที่จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 31 ส.ค.-1 ก.ย. ว่า ตนในฐานะรองนายกฯ ที่กำกับดูแลพื้นที่ภาคใต้ ได้ประชุมร่วมกับนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย และนายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม หารือกับผู้ว่าราชการจังหวัด และคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) เพื่อนำเสนอโครงการต่างๆ ในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ ที่ทั้ง 5 จังหวัดอยากได้ รวบรวมให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาก่อนเสนอผ่านกระทรวงมหาดไทย ไปยังสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช. หรือสภาพัฒน์) ซึ่งจะมีการประชุมในวันที่ 31 ส.ค. อีกครั้งหนึ่ง
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ส่วนใหญ่จะเป็นโครงการป้องกันน้ำท่วม ซึ่งปีที่แล้วจังหวัดสงขลา เจออุทกภัยหนัก และ 4 จังหวัดที่เหลือได้รับผลกระทบไม่มากก็น้อย ส่วนโครงการอื่นจะเป็นเรื่องผังจังหวัดว่าจะมีการปรับสีใหม่ หรือจะมีการพัฒนาเรื่องเศรษฐกิจโดยเฉพาะใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่าจะฟื้นเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างไร เพราะรายได้ต่อคน ต่อปี ค่อนข้างต่ำ จึงต้องหารือกับผู้ว่าฯ แต่ละจังหวัด ส่วนจังหวัดสงขลาจะมีโครงการพัฒนาที่จะนะ ซึ่งจะเป็นกึ่งนิคมอุตสาหกรรมลงทุนโดยภาคเอกชน
เมื่อถามว่า จะเป็นการรื้อฟื้นโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ ที่ถูกยกเลิกในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรีและอดีตนายกฯ ใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เป็นการนำมาให้สภาพัฒน์ได้ศึกษาใหม่ โดยนำมาต่อยอดใหม่ ที่สภาพัฒน์เคยลงไปสำรวจเรื่องการประเมินศักยภาพเชิงยุทธศาสตร์ (SCA) เหลือประเด็นนี้ที่ยังเห็นไม่ตรงกัน คือการสร้างท่าเรือน้ำลึก เนื่องจากเรามีท่าเรือน้ำลึกสงขลาอยู่แล้ว แต่วันนี้เกิดปัญหาความแออัด ที่ผู้ประกอบการส่งออกในพื้นที่กังวล เพราะท่าเรือไม่พอกับการรองรับกับเรือขนส่งสินค้า
ท่าเรือสงขลาไม่สามารถขยายได้ เพราะความลึกที่จะลอกเกินกว่า 9 เมตร ซึ่งติดกับรากหิน เรียกว่าเขาหัวแดง เป็นที่ตั้งของโบราณสถาน จึงไม่สามารถที่จะลากหินลงไปในแนวทะเลให้ลึกกว่า 9 เมตรได้ ดังนั้นจะมีปัญหาว่าเรือมีขนาดใหญ่กว่าปัจจุบัน ไม่สามารถเข้าเทียบท่าได้ ตรงนี้จะศึกษาเพิ่มเติมตามที่นายสรรเพชญไปหาข้อมูลร่วมกับกรมเจ้าท่า จะนำให้สภาพัฒน์ศึกษาต่อใหม่
เมื่อถามถึง งบประมาณที่จะใช้ในการพัฒนาพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ยังไม่เห็นสรุปตัวเลข แต่ที่นำเสนอมาเป็นเรื่องของตัวเลขการลงทุนของภาคเอกชนเป็นส่วนใหญ่เกือบทั้งหมด ดังนั้นในส่วนของภาครัฐก็คือการอนุมัติโครงการเท่านั้นเอง แต่หลักใหญ่คือเรื่องของผังเมือง.



