สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 21 ก.ค. ว่าประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ผู้นำเกาหลีใต้ ได้สั่งควบคุมสินเชื่อที่อยู่อาศัยให้เข้มงวดขึ้น เพื่อควบคุมการเก็งกำไรอสังหาริมทรัพย์ โดยกำหนดให้ผู้ซื้อสามารถกู้ยืมจากธนาคาร ได้เพียงเศษเสี้ยวของราคาซื้อ แต่เอกสารที่ถูกเผยแพร่แสดงให้เห็นว่า ครอบครัวอีกลายเป็นเจ้าหนี้ในจำนวนเกือบ 2 ใน 3 ของอพาร์ตเมนต์ราคา 2,900 ล้านวอน (ราว 66 ล้านบาท)
ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคาร (21 ก.ค.) อีเตือนว่า ปัญหาการไม่สามารถซื้อที่อยู่อาศัยอาจทำลายประเทศ และวิพากษ์วิจารณ์ผู้ที่ใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายเพื่อสะสมความมั่งคั่ง แต่ไม่ได้กล่าวถึงการขายอพาร์ตเมนต์ของตนเอง
South Korean President Lee Jae Myung’s attempt to sell his apartment in support of the government’s housing supply drive is drawing criticism https://t.co/3ZSIGCPa9V
— Bloomberg (@business) July 21, 2026
ด้านสำนักงานของอีชี้แจงว่า ประธานาธิบดีขายอพาร์ตเมนต์ในราคาต่ำกว่าตลาด เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ในการทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์กลับสู่ภาวะปกติ และการจัดหาเงินทุนเกิดขึ้นเนื่องจากสถานการณ์ของผู้ซื้อ
หลังการรายงานครั้งแรกโดยสื่อท้องถิ่นเมื่อวันจันทร์ (20 ก.ค.) อีถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางทางออนไลน์ โดยผู้คนกล่าวหาเขาว่า มีส่วนทำให้คนทั่วไปขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยยากขึ้น อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า การกระทำของอีไม่ได้ผิดหลักกฎหมาย แต่เห็นได้ชัดว่าเป็นการกระทำที่ขัดแย้งนโยบายของเขา
ภายใต้กฎของรัฐบาลอี ผู้ซื้ออพาร์ตเมนต์จะต้องถูกจำกัดวงเงินกู้จากธนาคารไว้ที่ 200 ล้านวอน (ราว 4.55 ล้านบาท) หรือน้อยกว่า 10% ของราคาซื้อ แต่ในเอกสารการจดทะเบียนอพาร์ตเมนต์ขนาด 164 ตารางเมตร ของครอบครัวอี ได้จำนองทรัพย์สินให้เจ้าของใหม่เป็นจำนวนเงิน 1,800 ล้านวอน (ราว 40.9 ล้านบาท).
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS


