จากกรณีที่ทางเพจประชาสัมพันธ์ของ อบต.ราชาเทวะ สมุทรปราการ ได้นำข้อมูลการประเมิลรับเงินเยียวยาของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์บริษัท หมิงตี้ ระเบิด ชาวบ้านได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง ซึ่งในแต่ละหลังที่ได้รับผลกระทบจะได้รับเงินเยียวยาไม่เท่ากัน ซึ่งสูงสุดอยู่ที่ 49,500 บาท ไล่ระดับลงมาจนต่ำสุดอยู่ที่ 40 บาท ซึ่งเป็นบ้านของนายไพโรจน์ พุ่มภักดี อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6/1 หมู่ 15 ซอยกิ่งแก้ว 41 ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ที่ถูกแรงอัดระเบิดจนกระจกหน้าต่างแตกไปหลายบาน แต่ได้ค่าเยียวยาเพียงแค่ 40 บาท

ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 ธ.ค. นายสมศักดิ์ แก้วเสนา นายอำเภอบางพลี พร้อมด้วยนายพชร ศศิชาชยามร หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมคณะได้ร่วมกันเดินทางไปที่บ้านของนายไพโรจน์ พุ่มภักดี อายุ 65 ปี เลขที่ 6/1 หมู่ 15 ซอยกิ่งแก้ว 41 หมู่บ้านจามจุรี ซอย 6 ก ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ที่ถูกแรงอัดระเบิดจนกระจกหน้าต่างแตกไปหลายบาน แต่ได้ค่าเยียวยาเพียงแค่ 40 บาท เพื่อชี้แจงเรื่องเงินเยียวยาจำนวนดังกล่าว

ด้านนายสมศักดิ์ แก้วเสนา นายอำเภอบางพลี ได้ชี้แจงว่า ในเรื่องเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ระเบิดในโรงงานหมิงตี้ นั้น เป็นการพิจารณาจากคณะอนุกรรมการ ได้พิจารณาการช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัยไปเรียบร้อยแล้ว เราก็เห็นตัวยอดเงินที่อนุกรรมการพิจารณามา เราก็เป็นห่วงเหมือนกัน ว่าชาวบ้านเห็นตัวเงินที่อนุกรรมการได้พิจารณามาแล้วจะไม่เข้าใจว่าทำไมได้แค่นี้ ซึ่งก็ได้นำสำเนาทั้งหมดถ่ายเอกสารส่งให้บริษัท หมิงตี้ เพื่อนำไปพิจารณาช่วยเหลือเพิ่มเติม นอกเหนือจากที่ทางราชการจะช่วยได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างให้การช่วยเหลือ แต่เนื่องจากผู้ประสบภัยมีอยู่เกือบ 3 พันราย ทางบริษัท หมิงตี้ ก็เริ่มทยอยจ่ายให้ไปแล้วกว่า 30 เปอร์เซ็น ที่ผ่านเกณฑ์ของ ปภ. มีอยู่ 1,422 ราย ซึ่งเงินที่จ่ายมาให้เบื้องต้นเป็นเงินของทางราชการ ไม่ใช้เงินของบริษัท หมิงตี้ ที่จะชดใช้ให้มันเป็นคนละส่วนกัน เงินที่ได้จากทางราชการ เราจะไม่ตัดประเด็นที่จะได้รับการช่วยเหลือจากบริษัท หมิงตี้ หรือประกันภัยอื่น

เยียวยา “หมิงตี้”แค่40บาท เจ้าของบ้านลั่น “ทำแบบนี้ดูถูกปชช.เกินไป”

ขณะที่นายพชร ศศิชาชยามร หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสมุทรปราการ ได้กล่าวว่า เงินชดเชยตรงนี้เฉพาะบ้านเรือนที่เสียหาย เพราะบริษัท หมิงตี้ ทำให้เกิดผลกระทบตรงนี้ขึ้นมาสองส่วน ดังนั้นเงินที่ ปภ. ช่วยไปแล้วนั้น อบต.ไม่มีหน้าที่ช่วย ส่วนหมู่บ้านที่อยู่ในเขตบางพลีใหญ่ ซึ่งได้รับเงินเยียวยากว่า 49,500 บาท นั้นเป็นเงินของ ปภ. ที่จะโอนให้ภายในอาทิตย์หน้า ส่วนกรณีได้รับเยียวยาแค่ 40 บาทนั้น ตามที่ได้ตรวจสอบเอกสารและหลักฐานในเบื้องต้นพบว่า ผู้เสียหายยื่นเรื่องไปที่ท่านนายอำเภอ มีเอกสารภาพถ่ายประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ เพียงแค่กระจกบานเกล็ด 2 บาน ซึ่งคณะกรรมการก็ได้พิจารณาถึงข้อเท็จจริงว่ากระจก 2 บาน ตามราคาพาณิชย์ก็จะอยู่ที่บานละ 20 บาท ต่อบาน รวมเป็นเงิน 40 บาท แต่เมื่อวันนี้มาสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่า นอกจากบานเกล็ด 2 บานแล้ว ก็ยังมีในเรื่องของบานเลื่อนอีกจำนวน 4 บาน ที่ได้รับความเสียหายและไม่ได้ยื่นเอกสารไป แต่ทางผู้เสียหายได้ซ่อมไปก่อนแล้ว จึงไม่มีภายถ่ายหรือหลักฐานที่คณะกรรมการสามารถที่จะนำไปพิจารณาการให้ความช่วยเหลือได้ ถ้าวันนั้นมีภาพถ่ายกระจกแตกเพิ่มเติมก็จะได้รับการช่วยเหลือทั้งหมด ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าวทำให้คณะกรรมการสามารถที่จะช่วยเหลือในเรื่องของ 4 บานนั้นได้ ก็คงต้องดูตามข้อเท็จจริงที่ผู้เสียหายส่งเอกสารไป