สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงโรม ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 22 ก.ค. ว่า รายงานสถานการณ์ความมั่นคงทางอาหารและโภชนาการโลก ซึ่งจัดทำร่วมกันโดยหน่วยงานยูเอ็น 5 แห่ง ระบุว่า ผู้คนประมาณ 645 ล้านคน หรือคิดเป็น 7.8% ของประชากรโลก ประสบกับความหิวโหยเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งลดลงจาก 8.1% ในปี 2567 และ 8.6% ในปี 2565

ความคืบหน้าส่วนใหญ่เกิดขึ้นในทวีปเอเชีย โดยเฉพาะอินเดีย รวมถึงภูมิภาคลาตินอเมริกาและแคริบเบียน ขณะที่ประเทศในทวีปแอฟริกาบางประเทศ ก็เริ่มพลิกกลับสถานการณ์ที่ย่ำแย่มานานหลายปี แม้ทวีปนี้มีประชากรที่ขาดสารอาหารมากที่สุดในโลกในปี 2568 โดยมีผู้ได้รับผลกระทบราว 309 ล้านคน หรือคิดเป็น 20% ของชาวแอฟริกัน

นอกจากนี้ บรรดาผู้สันทัดกรณีของยูเอ็นกล่าวว่า ความหิวโหยทั่วโลกคาดว่าจะลดลงอย่างต่อเนื่องจนถึงปี 2573

“ความแตกต่างที่สำคัญจากปีก่อน ๆ คือ อัตราความหิวโหยในปีนี้ลดลงในทุกทวีป รวมถึงแอฟริกา แม้จะลดลงเพียงเล็กน้อยมากก็ตาม” นายแม็กซิโม โทเรโร หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) กล่าวในการให้สัมภาษณ์

แม้โทเรโรกล่าวว่า แนวโน้มข้างต้นเป็นเหตุผลที่ทำให้มองโลกในแง่ดี แต่เขาเตือนว่า ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความแปรปรวนของสภาพอากาศ ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาในช่องแคบฮอร์มุซ และปรากฏการณ์สภาพอากาศเอลนีโญ ก่อให้เกิดภัยคุกคามอย่างมีนัยสำคัญต่อระบบอาหารโลก.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS