กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่าที่ทำเอาสังคมจับตามองและส่งแรงกระแทกถึงตระกูลลูกทุ่งระดับตำนานอย่างหนัก สำหรับกระแสข่าวดราม่าศึกสายเลือดปะทุภายในตระกูล “สมบัติเจริญ” ระหว่างนักร้องรุ่นใหญ่ “สุรชัย สมบัติเจริญ” กับหลานชาย “ร็อคกี้ สุรบดินทร์” ที่ทำเอาชาวเน็ตแบ่งฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์กันจนโซเชียลลุกเป็นไฟ ตามที่ข่าวได้นำเสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุดในงานแถลงข่าวครบรอบ 96 ปี “สุรพล สมบัติเจริญ” ด้าน “อุ้ม-สุรชาติ สมบัติเจริญ” ทายาทราชาเพลงลูกทุ่ง ได้ออกมาเปิดใจกับสื่อมวลชนถึงประเด็นดราม่าศึกสายเลือดของครอบครัว หลังเจ้าตัวโดนทัวร์ลงหนัก พร้อมเผยถึงเรื่องลิขสิทธิ์เพลงของคุณพ่อ โดยอุ้มเผยว่า

“ได้วางไว้หรือยังว่าใครจะมาดูแลงานตรงนี้ต่อจากเราหากเราทำไม่ไหวแล้ว เพิ่งจะเริ่มคุยกันเพราะผมเองไม่มีทายาท ผมไม่มีครอบครัว ตัวคนเดียว ทำคนเดียวมาตลอด ก็มีคุยๆ กับพี่ๆ ครูเพลง กับศิลปินว่าเราอยากจะทำหอประวัติศาสตร์หรือพิพิธภัณฑ์ ผมเก็บของของคุณพ่อไว้เยอะมาก ผมไม่อยากให้ตรงนี้สูญหายไปในวันเวลาที่ผมไม่ได้อยู่แล้ว เมื่อไหร่ที่ผมไม่อยู่ตรงนี้แล้ว อาจจะไม่มีงานรำลึกก็ได้ แต่ก็อยากจะให้มีคงอยู่ในรูปของพิพิธภัณฑ์ ทั้งรูปปั้น ภาพต่างๆ ที่ไม่เคยนำออกมาให้ใครเห็นเลยกับวงดนตรีสมบัติเจริญ ผมมีเป็นหลายพันใบ ผมไปตามหาเก็บกลับมา ผมอยากจะทำตรงนี้ ก็คงจะได้สร้างเป็นหอศิลป์สมบัติเจริญ ให้เป็นตำนานสมบัติเจริญ ตอนนี้กำลังหาสถานที่อยู่ ผมตระเวนไปดูตามที่พ่อของผมเป็นลูกศิษย์ของวัดไหน ใจผมจริงๆ อยากสร้างไว้ที่จังหวัดสุพรรณบุรี เพราะครอบครัวเราเป็นคนสุพรรณ

ส่วนลิขสิทธิ์เพลง ยังอยู่กับสมบัติเจริญอีก 22 ปี ในส่วนของเพลงรุ่นแรกๆ ก็คงจะหมดไป เพราะเพลงของคุณพ่อเขาไม่ได้แต่งคนเดียว พี่ชาย น้องชาย พ่อผมก็เป็นนักร้อง นักแต่งเพลงทุกคน เขาก็ช่วยกันแต่ง ก็เป็นเพลงของทุกคน หากใครอยากจะเอาเพลงไปใช้ก็ต้องติดต่อมาโดยตรงที่ผมได้เลย ผมตั้งบริษัทดูแลลิขสิทธิ์เพลง ที่มีอยู่ในลิขสิทธิ์มีไม่ถึง 200 เพลง ถ้าไม่มีผมแล้วก็ยังมีพี่น้องพ่อผมที่จะมาดูแลต่อ เราสามารถทำให้ต่อไป 50 ปีได้ มันยังมีทายาทคนอื่นอยู่ พี่น้องฝั่งที่ร่วมแต่งเพลง

สำหรับก่อนหน้านี้โพสต์ถึง หลานสาวตัวจริง มีเพียงหนึ่งเดียวหรือเปล่าที่อาจจะได้ลิขสิทธิ์ คนที่จะได้คือทายาทโดยตรงทั้ง 5 คน หลานยังไม่มีสิทธิ นอกเสียจากว่าพวกผมตายหมดแล้วก็จะตกเป็นของหลาน คำว่าหลานสาวตัวจริงที่ผมโพสต์ถึงนั้นหมายถึงลูกน้องชายที่เขาไม่เคยเจอกันเลยมา 30 กว่าปี จนเขาเสียก็ยังไม่ได้เจอ ตัวผมเองก็เพิ่งเจอ เขามางานศพพ่อเขาแล้วผมก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นหลานของผม แต่ผมเห็นว่าเด็กคนนี้ไปยืนร้องไห้ที่หน้ารูป เราก็มองๆ นะว่าหน้าเขาคล้ายน้องชายเรา จนเขาเอาพวงมาลัยเข้ามาไหว้เราแล้วบอกว่าเขาเป็นลูกของน้องชายเรา เขาบอกเคยเจอผมตอนช่วงเขา 3 ขวบ ไม่ได้มีจุดประสงค์อื่นครับ

ไม่ได้เป็นเรื่องโยงดราม่า ไม่มีครับ ผมไม่มีการไปแบ่งพวกอะไรกับใคร ในเรื่องของครอบครัวเราไม่เคยไปก้าวก่ายกัน เพราะผมไม่รู้ว่าตื้นลึกหนาบางความเป็นมากันยังไง ใครผิดใครถูกเราไม่สามารถรู้ได้ มีนะที่เข้ามาด่าผม เยอะเลย เราก็โดนไปด้วย ผมก็ได้แต่บอกว่าผมไม่ทราบ อย่างที่บอกผมไม่ได้ไปแบ่งพวก ใครเป็นหลานก็เป็นหลานอยู่อย่างนั้นแหละ มันหนีกันไปไม่ได้ ใครที่ไม่ใช่มันก็คือไม่ใช่ พวกแอบอ้างก็มีเยอะ ทายาทของพ่อสุรพลมีอยู่ 5 คนเท่านั้น หลานเราก็ไม่ได้ไปรู้เลยเพราะไม่ได้ติดต่อกัน จะมีเหลนกี่คนผมก็ไม่รู้ น่าจะเกือบ 10 คนได้มั้ง เราไม่ได้ไปยุ่งกับใคร เราทำงานของเรา

ถามว่าเหตุการณ์ที่ผ่านมากระทบกับนามสกุลสมบัติเจริญไหม มันก็มีบ้างเพราะว่าต่างความคิดเห็น อะไรพวกนี้มันไม่ได้มีเฉพาะครอบครัวเรา เรื่องแบบนี้มันมีในทุกชนชั้น เสพข่าวแล้วก็ให้มันผ่านไปถือว่าเป็นเรื่องสนุกของสังคม อย่าไปคิดอะไรมาก เราเอามาเป็นเดือดเป็นแค้นมันจะเป็นปัญหาต่อระหว่างบุคคลด้วย ส่วนตัวผมที่ได้รับผลกระทบคือตอนผมไลฟ์สดก็มีคนเข้ามาด่า ผมก็ได้แต่บอกว่าผมไม่รู้ นี่มันช่องของผม ถ้าคุณอยากรู้ต้องไปตามช่องเขา บางทีเขาก็คิดว่าผมเป็นสุรชัย บางทีเขาก็มองว่าเป็นพี่น้องกันก็เลยโดนไปด้วย ถ้าผมจะด่าไปมันก็เป็นการต่อเรื่องไปอีก ก็ได้แค่บอกผมไม่รู้จริงๆ ผมไม่อยากไปยุ่งด้วย ถ้ายุ่งแล้ววันหนึ่งมันกลับไปกลับมา มันจะกลายเป็นคนอื่นไปซะ ให้เขาเคลียร์กันเอง ตัดสินกันเอง ดีที่สุด

สำหรับสายสัมพันธ์ยังเหมือนเดิม ยังมีอยู่ครับ ใครทักทายไปมาหาสู่เรา เราก็ต้อนรับ ใครไม่มาเราก็ไม่ไปตามหาอะไร ผมอยากอยู่อย่างมีความสุข ทำงานเพลงให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ ถามว่าอยากให้มันจบยังไง มันก็เหมือนข่าวผมสมัยก่อน ศึกสายเลือดเป็นคู่ทะเลาะโปรโมตหรือเปล่า มันไม่มีอะไร ยังไงมันก็เป็นพี่น้องกัน ไม่มีโกรธกันถึงขนาดนั้นหรอก ครอบครัวมันก็มีทั้งเข้าใจและไม่เข้าใจกัน ผมเชื่อว่าไม่น่าจะมีอะไรต่อแล้วนับจากนี้ไป ถึงมีต่อมันก็ไม่ดีกับทั้งสองฝ่าย คนเป็นบุพการี คนเป็นบุตร ผมก็ไม่อยากไปก้าวล่วงมาก ให้สังคมตัดสินเอาเองดีที่สุด

ส่วนได้คุยกันไหมตอนมีปัญหา ไม่มีใครคุยกับผมหรอกครับ ไม่มีใครติดต่อมาถามมาอะไร หรือให้ผมไปเป็นฝ่ายไหน ผมไม่เข้าข้างฝ่ายไหนหรอก ใครผิดเราก็ว่ากันไปตามผิด พี่ผมผิดผมก็ด่าพี่ผมได้ เพราะผมเป็นน้อง ถ้าทางนั้นผิด ก็ให้พ่อลูกเขาด่ากันเอง ไม่เกี่ยวกับเรา เราไปด่าเขาไม่ได้ เราแยกครอบครัวมาแล้ว เราเป็นแค่น้องของคนเป็นพ่อ เขาต้องไปเคลียร์กันเอง

เราให้ใช้นามสกุลสมบัติเจริญได้ ไม่ได้ตัดออกจากตระกูล ผมไม่มีสิทธิไปไล่ใครหรอก ตรงนั้นมันต้องเป็นทางเขา ผมเป็นแค่น้องของคนที่ชื่อสุรชัย ผมพี่น้องกันโกรธกันยังไงก็แล้วแต่ก็คือพี่น้อง มึงด่ากู กูก็ด่ามึง วันหนึ่งเดี๋ยวมันก็กลับมาดีกัน เรื่องราวของผมตอนนั้นมันก็ 30 กว่าปีแล้ว เวลาเจอหน้าก็คุยกัน ทักกัน นานๆ จะเจอเวลาเขามาเยี่ยมแม่ เพราะผมอยู่กับแม่สองคนจนนาทีสุดท้าย

ถามว่ายังไงก็ไม่มีวันตัดกันได้ใช่ไหม เรื่องนี้ผมขอไม่ตอบดีกว่าให้มันเป็นเรื่องของเขาแล้วกัน (งานพ่อพี่ชายจะมาไหม?) ตัวพี่ชายผมเขาก็ไปๆ มาๆ ไม่รู้ตอนนี้กลับมาหรือยัง พี่ผมช่วงนี้เขาเลิกร้องเพลงแล้วด้วย (ร็อคกี้มาไหมปีนี้?) ไม่เคยมานะครับ เขาไม่เคยมาเลยสักปีหนึ่ง”

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก สุรชาติ สมบัติเจริญ