เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 22 ก.ค. 69 นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาการอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เป็นประธานการประชุม สถ.ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 11/2569 ณ ห้องประชุม 5501 อาคาร 5 ชั้น 5 กรม สถ. โดยมอบนโยบายแก่ผู้บริหารและบุคลากรของกรม เพื่อกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนองค์กร สร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน และฟื้นฟูภาพลักษณ์ของกรมภายหลังวิกฤติด้านความเชื่อมั่นที่เกิดขึ้น
รักษาการอธิบดี สถ. กล่าวว่า การเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อร่วมกันนำพาองค์กรก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก ไม่ใช่เพื่อสร้างความหวาดระแวงหรือเปลี่ยนแปลงบุคลากร แต่เพื่อให้ข้าราชการทุกคนร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ตามอำนาจ หน้าที่และความรับผิดชอบของตนอย่างเต็มกำลัง พร้อมร่วมกันฟื้นฟูความเชื่อมั่นของกรมให้กลับคืนมา ส่วนนโยบายสำคัญด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ขอกำชับอย่างเด็ดขาดไม่ให้มีการนำตำแหน่งหน้าที่หรือชื่อของผู้บริหารไปแอบอ้างเรียกรับผลประโยชน์ในทุกกรณี สำหรับการสอบคัดเลือกบุคลากร โดยเฉพาะการสอบสายบริหารที่จะมีขึ้นในวันที่ 26 ก.ค. 69 จะต้องเป็นไปด้วยความโปร่งใส สุจริต และตรวจสอบได้ ห้ามมีการซื้อขายตำแหน่ง การวิ่งเต้น หรือการส่งรายชื่อแทรกแซงกระบวนการสอบโดยเด็ดขาด
นายนิรัตน์ กล่าวว่า ได้สั่งการให้ทบทวนมาตรการป้องกันการทุจริตในกระบวนการสอบอย่างรัดกุม โดยประสานความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในฐานะผู้ดำเนินการจัดสอบ เพื่ออุดช่องโหว่ที่อาจเกิดขึ้น และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่สังคมว่าการสอบของ สถ. จะดำเนินการด้วยมาตรฐานสูงสุด ขอเตือนเจ้าหน้าที่ทุกคนว่าการกระทำที่ไม่ถูกต้องในปัจจุบันสามารถถูกตรวจสอบและเปิดเผยได้ทุกเวลา จึงต้องยึดมั่นในความซื่อสัตย์ สุจริตอย่างเคร่งครัด ตนได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายเร่งดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่แอบอ้างชื่อผู้บริหาร เรียกรับผลประโยชน์ หรือเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จจนสร้างความเสียหายแก่กรมอย่างเด็ดขาด เพื่อปกป้องชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือขององค์กร
“ความสำเร็จในการฟื้นฟูองค์กรจะเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือของบุคลากรทุกคน ขอให้ร่วมกันเป็นหูเป็นตา ไม่ปล่อยให้ผู้ใดใช้กรม เป็นช่องทางแสวงหาประโยชน์ส่วนตน พร้อมยืนยันว่าผู้ที่ยังฝ่าฝืนกฎหมายหรือกระทำการทุจริตจะถูกดำเนินการอย่างเด็ดขาด เพื่อร่วมกันสร้าง สถ. ให้เป็นองค์กรที่โปร่งใส มีธรรมาภิบาล และได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชนอีกครั้ง ตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยและรัฐบาล”



