สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบิชเคก ประเทศคีร์กีซสถาน เมื่อวันที่ 22 ก.ค. ว่าข้อตกลงในการก่อสร้างโรงกลั่น ที่จะมีกำลังการผลิตปีละ 450,000 ตัน ได้ถูกลงนามเมื่อเร็ว ๆ นี้กับบริษัทเซ็นทรัล เอเชียน เอเนอร์จี ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างคีร์กีซสถานและจีน และจะเป็นผู้ให้เงินทุนแก่โครงการ
โรงงานแห่งนี้จะผลิตน้ำมันเบนซินและดีเซล ที่ได้มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมเค5 และเค6 รวมถึงยางมะตอยและน้ำมันเครื่อง ขณะที่เฟสแรกของการก่อสร้างคาดว่าจะแล้วเสร็จในฤดูใบไม้ร่วงปีนี้
Kyrgyzstan approves plan to build mini oil refinery amid Russian supply problems https://t.co/b33QcCKpdh
— Reuters Energy and Commodities (@ReutersCommods) July 22, 2026
อนึ่ง คีร์กีซสถานพึ่งพาการนำเข้าผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม โดยนำเข้าน้ำมันเบนซินมากกว่า 90% จากรัสเซีย แต่รัฐบาลมอสโกเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนเชื้อเพลิงตั้งแต่ปลายเดือน พ.ค. เนื่องจากกำลังการผลิตลดลง หลังโรงกลั่นถูกโจมตีโดยโดรนของยูเครน
ในช่วงปลายเดือน มิ.ย. สมาคมผู้ค้าน้ำมันของคีร์กีซสถานรายงานว่า เกิดการขาดแคลนน้ำมันเบนซิน95 และ 98 เนื่องจากปริมาณการจัดส่งจากรัสเซียที่จำกัด และความต้องการที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล โดยในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ทางการได้ดำเนินการหลายขั้นตอนเพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดเชื้อเพลิง รวมถึงการควบคุมราคาชั่วคราว ก่อนที่จะยกเลิกการควบคุมราคาน้ำมันเบนซิน95 และสั่งห้ามการส่งออกผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม
ในขณะนี้ คีร์กีซสถานกำลังรอการส่งมอบเชื้อเพลิงจากจีนและเบลารุส.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



