เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 69 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ก่อนการเข้าปฏิบัติการทวงคืนพื้นที่หาดนุ้ย จังหวัดภูเก็ต ได้ประเมินสถานการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้วว่า กลุ่มผู้ครอบครองพื้นที่จะออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยเฉพาะประเด็นการอ้างว่าไม่เคยเรียกเก็บเงินจากนักท่องเที่ยว หรือไม่ยอมรับว่าครอบครองชายหาดสาธารณะ ด้วยเหตุนี้ จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบด้านไว้ล่วงหน้าเป็นเวลาหลายเดือน เพื่อให้มีหลักฐานเพียงพอสำหรับดำเนินคดีตามกฎหมาย เพราะทรัพยากรของรัฐและชายหาดสาธารณะเป็นสมบัติของประชาชน ไม่ใช่ทรัพย์สินที่ผู้ใดจะอ้างสิทธิเป็นของตนเองได้

“ผมรู้ตั้งแต่แรกว่าจะต้องเจอกับคนที่ไม่ยอมรับความผิด จึงให้เจ้าหน้าที่เก็บหลักฐานทุกอย่างไว้ล่วงหน้า เพื่อให้ทุกคดีมีพยานหลักฐานชัดเจน และจะส่งต่อให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมายจนถึงที่สุด” นายสุชาติ กล่าว

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวต่อว่า ล่าสุดได้สั่งการให้กรมป่าไม้เข้าแจ้งลงบันทึกประจำวัน ภายหลังการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่บุกรุกหาดนุ้ยแล้วเสร็จ 26 รายการ พร้อมเดินหน้าขยายผลบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจแก่ชุมชน โดยยืนยันว่าการดำเนินการครั้งนี้เป็นต้นแบบการทวงคืนพื้นที่ป่าของรัฐจากกลุ่มทุนและผู้มีอิทธิพล ซึ่งจะขยายผลไปยังพื้นที่บุกรุกในลักษณะเดียวกันทั่วประเทศ

สำหรับความคืบหน้าการปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ได้รื้อถอนของกลางแล้ว 26 รายการ และขนย้ายไปเก็บรักษาไว้ที่หน่วยป้องกันรักษาป่า ภก.2 (ภูเก็ต) ขณะที่สิ่งปลูกสร้างบางส่วน เช่น จุดเช็กอิน สะพาน และเสาชิงช้า อยู่ระหว่างดำเนินการรื้อถอน ส่วนสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ในเขต ส.ป.ก. จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป โดยเจ้าของโรงปั่นไฟได้แจ้งความประสงค์จะรื้อถอนเอง

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของรูปปั้นพญานาคและศาลาที่เกี่ยวข้องกับความศรัทธาของประชาชน เจ้าหน้าที่จะชะลอการรื้อถอนชั่วคราว เพื่อเปิดเวทีหารือร่วมกับชุมชน ลดผลกระทบต่อความรู้สึกของประชาชน พร้อมยืนยันว่าการบังคับใช้กฎหมายจะดำเนินควบคู่ไปกับการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างเหมาะสม เพื่อให้การทวงคืนทรัพยากรของชาติเป็นไปอย่างยั่งยืน.