วันนี้ (22 ก.ค.) สำนักข่าวในจีนรายงานเหตุการณ์สุดอลเวงจากการบอกเล่าของผู้ใช้รายหนึ่งบนโซเชียลมีเดียของจีน โดยเป็นการเข้าใจผิดระหว่างเพื่อนบ้านร่วมอาคารคอนโดมิเนียมแห่งเดียวกัน
หญิงสาวแซ่เฉินได้โพสต์เรื่องราวของเธอลงบนโซเชียลมีเดียโดยระบุว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา ในมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน เพื่อนบ้านในอาคารเดียวกันกับที่เธอพักอาศัยอยู่เป็นคนโทรศัพท์แจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบห้องของเธอ เนื่องจากสงสัยว่ามีคนเสียชีวิตและศพเน่าส่งกลิ่นโชยออกมา
แต่เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงห้องพักก็พบว่า กลิ่นดังกล่าวมาจากน้ำแกงที่เธอกำลังต้มโดยใช้วัตถุดิบโบราณ เป็นน้ำส้มสายชูหมักที่เรียกว่า น้ำส้มสายชูฉางโซ่ว บางทีก็เรียกว่า “น้ำส้มสายชูอายุวัฒนะ” และ “น้ำส้มสายชูเหม็น” เพราะกลิ่นเหม็นรุนแรงอันเป็นลักษณะเฉพาะของเครื่องปรุงชนิดนี้
“เพื่อนบ้านของฉันคิดว่าฉันกำลังต้มศพกิน” เฉินเขียนบรรยายไว้ โดยตั้งแท็กชื่อเรื่องไว้ว่า “พลังของน้ำส้มสายชูเหม็น”
สำหรับน้ำส้มสายชูเหม็นนี้ ถือเป็นเครื่องปรุงท้องถิ่นระดับมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของหลายพื้นที่ในมณฑลกวางตุ้ง และมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,000 ปี โดยมีตำนานเล่าว่า ชายผู้ยากจนคนหนึ่งเก็บข้าวผัดไว้ในไหเพื่อจะเอาไว้ให้แม่ของเขาที่กำลังป่วยหนักกิน แต่เนื่องจากบ้านของพวกเขากันลมฝนได้ไม่ดี น้ำฝนจึงตกใส่ไหที่ใส่ข้าวผัดไว้ ทำให้เกิดปฏิกิริยาหมักดองและส่งกลิ่นอันรุนแรงออกมา
เมื่อชายผู้นี้ไม่สามารถหาอาหารมาให้แม่ได้ เขาก็นำข้าวผัดที่เก็บไว้มาปรุงใหม่และให้แม่ของเขากิน ซึ่งกลายเป็นว่าทำให้แม่ของเขาหายจากอาการป่วยภายในเวลาไม่กี่วัน
กระบวนการผลิตน้ำส้มสายชูชนิดนี้เริ่มจากการนำข้าวบดมาผัดจนเป็นสีเหลืองทอง จากนั้นนำไปหมักในบ่อน้ำธรรมชาติหรือน้ำแร่ หมักทิ้งไว้นานถึง 3 เดือน จนได้กลิ่นฉุนรุนแรงคล้ายทุเรียน บางครั้งจึงเรียกน้ำส้มสายชูนี้ว่า “น้ำทุเรียน” ซึ่งแม้จะมีกลิ่นเหม็นจนคนที่ไม่คุ้นเคยต้องเบือนหน้าหนี แต่ชาวท้องถิ่นเชื่อว่ามีสรรพคุณทางยา ช่วยขับความร้อน แก้เหนื่อยล้า บำรุงธาตุ และเป็นเมนูบำรุงครรภ์ชั้นยอดตามตำรับยาจีนโบราณ
เรื่องราวเกี่ยวกับความเข้าใจผิดครั้งนี้กลายเป็นกระแสไวรัลในโลกออนไลน์ของจีน หลายคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นล้อเลียนว่า นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ยินว่าการต้มน้ำแกงถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเหตุฆาตกรรม ขณะที่ชาวเน็ตอีกหลายรายต่างเข้ามาแบ่งปันประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับความเหม็นอันเป็นเอกลักษณ์ของน้ำส้มสายชูชนิดนี้กันอย่างสนุกสนาน
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
ที่มา : scmp.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



