ที่ผ่านมาได้มีการเรียกร้องให้ภาครัฐออกมาตรการควบคุมผู้รับเหมาก่อสร้างให้เข้มงวดและเป็นรูปธรรม ไม่ปล่อยปละ ละเลยจนทำให้มาตรฐานความปลอดภัยหายไป จนเกิดความสูญเสียซ้ำซาก
ล่าสุด เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ฉบับที่ 3 พ.ศ.2569 เมื่อวันที่ 9 ก.ค.69 https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/121888.pdf ซึ่งเป็นการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ หรือเรียกกันว่า“สมุดพกผู้รับเหมา”
ซึ่งมาตรการนี้จะเป็นการควบคุมคุณภาพในการก่อสร้างของผู้รับจ้าง และลงโทษผู้รับจ้างโครงการภาครัฐที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐาน โดยกำหนดเกณฑ์การตัดคะแนนความประพฤติ ในช่วงการบริหารสัญญาตามระดับความผิดอย่างชัดเจน และเมื่อถูกตัดแต้มจนถึงเกณฑ์จะไม่สามารถเข้าร่วมประมูลได้

ยกตัวอย่างกรณีงานล่าช้า : หากผู้รับเหมาทำงานล่าช้าจนถูกปรับเกินกว่าร้อยละ 10 ของวงเงินในสัญญาไปแล้ว จะถูกหักทันที 20 คะแนน และจะถูกหักเพิ่มขึ้นในทุก ๆ 30 วันที่ยังมีความล่าช้าต่อเนื่อง
กรณีบกพร่องร้ายแรงจนมีผู้เสียชีวิต : หากการดำเนินโครงการเกิดความบกพร่อง ไม่ได้มาตรฐานทางวิศวกรรมและความปลอดภัย จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต จะถูกตัดคะแนนสูงสุดถึง 60 คะแนน พร้อมทั้งถูกสั่งระงับสิทธิ (แบน) ในการยื่นซองประมูลงานภาครัฐโครงการใหม่ เป็นเวลาตั้งแต่ 30 วัน ถึงสูงสุด 720 วันเป็นต้น ซึ่งมาตรการสมุดพกผู้รับเหมานี้ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค.69 เป็นต้นไป
“ทีมข่าวชุมชนเมือง เดลินิวส์ “ พูดคุยกับ ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ถึงการบังคับใช้มาตรการนี้จะสามารถใช้ได้จริงหรือไม่ รวมถึงจะช่วยสร้างความปลอดภัยให้เกิดขึ้นในการก่อสร้างโครงการของภาครัฐมากขึ้นหรือไม่

ศ.ดร.อมร กล่าวว่า ล่าสุดมีระเบียบของกรมบัญชีกลาง ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประวัติและการเลื่อนชั้นได้ เมื่อก่อนไม่ให้มีการลดชั้นแต่ตอนนี้ให้มีการบันทึกประวัติและสามารถลดชั้นได้ และจะมีผลในเรื่องของการระงับทำสัญญา หรือระงับประมูลงาน พร้อมแสดงความเห็นว่าเป็นมาตรการที่ดี แต่ยังกังวลเรื่องของการนำไปใช้บังคับจริงหรือไม่ เพราะเราต้องมองทั้งสองด้านว่าจะถูกบังคับใช้แบบไหน ความจริงแล้วต้นเรื่องต้องมาจากเจ้าหน้าที่รัฐ ที่เป็นคนไปดูว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เช่น ทำงานไม่ดี การทำงานเลยสัญญา หรือการก่อให้เกิดอุบัติเหตุ และมีผลกระทบต่อการเสียชีวิต มีอาการบาดเจ็บสาหัส หรือทำให้การจราจรติดขัดกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ เหล่านี้จะส่งผลถึงประวัติไม่ดีโดนตัดคะแนนตามลำดับ
แต่คำถามคือว่าถ้าเจ้าหน้าที่ไม่บังคับจริงจัง หรือถ้าเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐที่เป็นต้นเรื่องใช้มาตรการตัวนี้กลั่นแกล้ง แล้วจะแก้อย่างไร คือเป็นดาบสองคม เพราะในขณะเดียวกันอาจใช้เป็นช่องทางในการทุจริตเรียกรับเงินใต้โต๊ะได้หรือไม่ เช่น หากผู้รับจ้างไม่จ่ายเจ้าหน้าที่ที่ไปประเมินก็จะถูกส่งเรื่องไปตัดคะแนน เป็นต้น สุดท้ายจึงอยู่ที่การบังคับใช้ของเจ้าหน้าที่
แต่ว่าอีกอย่างหนึ่ง“สมุดพก”ไม่ใช่มาตรการเดียวที่จะมาแก้ปัญหาหรือเป็นยาสารพัดนึก ที่แก้ปัญหาสารพัดโรคได้ เพราะสมุดพกก็เป็นมาตรการที่เมื่อเกิดเหตุแล้วจึงไปตัดคะแนน แต่ว่าจริงๆแล้วอุบัติเหตุต่างๆต้องแก้หลายด้าน เช่น การควบคุม กำกับ ผู้รับจ้างโครงการต่างๆอย่างเข้มงวด ,กรมบัญชีกลางควรจัดทำรายการด้านความปลอดภัยให้เด่นชัด เป็นต้น

“หากถามว่าความปลอดภัยในงานก่อสร้างหลังจากนี้ จะมีความแตกต่างกัน จากก่อนและหลังมีสมุดพกผู้รับเหมาหรือไม่นั้น ตนมองว่าก็จะมีความแตกต่างกัน แต่ก็ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการบังคับใช้ของเจ้าหน้าที่รัฐด้วยว่ามีกำกับ เข้มงวดหรือไม่ รวมถึงต้องมีองค์ประกอบตัวอื่น เราอย่าคาดว่ามีเพียงแค่สมุดพกจะแก้ปัญหาทุกอย่างได้ ทั้งนี้ก็ถือว่าเป็นมาตรการที่เมื่อก่อนเราไม่มี และผู้รับเหมาก็เกิดความกังวลหากทำไม่ดีอาจจะถูกลดชั้นได้ ดังนั้นโดยภาพรวมมาตรการนี้ เป็นหนึ่งในมาตรการหลายๆอย่างที่ควรจะมี และก็น่าที่จะทำให้ดีขึ้นได้และต้องมีมาตรการตัวอื่นประกอบด้วย “
ศ.ดร.อมร ให้ความเห็นถึงความศักดิ์สิทธิ์ของ “มาตรการสมุดพกผู้รับเหมา” อาจจะกลายเป็นแค่”เสือกระดาษ”หรือไม่ว่า ตนยังไม่อยากจะตอบว่ามันจะเป็นมาตรการแค่เสือกระดาษหรือไม่ เพราะมาตรการนี้เพิ่งจะประกาศออกมาบังคับใช้เมื่อวันที่ 10 ก.ค.69 ในความเห็นของตน จึงอยากให้มีการทดลองใช้ก่อน
“เราไม่อยากไปตัดสินคน ด้วยความคิดแบบเดิมๆของเราที่เคยมีภาพความรู้สึกจดจำว่า มันค่อนข้างหละหลวม แต่ว่าในเมื่อมันมีมาตรการออกมา อย่างน้อยก็เป็นจุดตั้งต้นที่ภาครัฐเริ่มเล็งเห็นแล้ว ก็อยากจะให้ลองใช้จังหวะเวลานี้ ลองทำให้ดูว่ามาตรการที่ออกมาเป็นอย่างไร ซึ่งควรจะต้องมีระบบประเมินว่ามาตรการที่ออกมานั้น สามารถนำไปสู่การลดอุบัติเหตุหรือไม่ ได้มีการลงโทษตัดคะแนนผู้รับเหมาอย่างไร ก็อยากจะเห็นระบบที่ไม่ใช่อยู่ในระบบ EGP(Electronic Government Procurement -ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์) แต่ควรจะเป็นระบบที่เผยแพร่สู่สาธารณะว่า ผู้รับเหมารายใดถูกตัดคะแนนเพื่อให้หน่วยงานภาครัฐอื่นเห็นและเป็นการประกอบการตัดสินใจในการจ้างเหมามาดำเนินโครงการก่อสร้างด้วย”

ศ.ดร.อมร กล่าวต่อไปว่า สำหรับมาตรการสมุดพกผู้รับเหมานี้ จะมีขอบเขตในการใช้ในการประเมินผู้รับเหมา คือ 1.งานก่อสร้างที่มีสัญญาตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไปของหน่วยงานรัฐได้แก่ กรมชลประทาน กรมเจ้าท่า กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมทรัพยากรน้ำ กรมโยธาธิการและผังเมือง และหน่วยงานของรัฐอื่นตามที่คณะกรรมการนโยบายประกาศกำหนด 2.งานก่อสร้างของรัฐทุกแห่งสำหรับงานก่อสร้างประเภท อาคารสูง อาคารใหญ่พิเศษ อาคารชุมนุมคน ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร 3.งานก่อสร้างของรัฐทุกแห่งที่มีมูลค่าสัญญาตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป
ส่วนข้อมูลต่างๆและรายการในเอกสารแนบท้ายครอบคลุมเรื่องความปลอดภัยแล้วหรือยังนั้น ศ.ดร.อมร ระบุ ตนมองว่าครบแล้ว เพราะไม่ได้มีแค่เรื่องของความปลอดภัยอย่างเดียว แต่ยังครอบคลุมถึงการทำเสร็จล่าช้า เกินกำหนด รวมถึงกรณีที่ทำแล้วไม่ได้คุณภาพวิชาช่างที่ดี เช่นทำแล้วเกิดความเสียหายเรียกมาซ่อมก็ไม่มาซ่อมแซมความเสียหายส่วนตัวมองว่าบัญชีแนบท้ายไม่ใช่ปัญหาเพราะค่อนข้างที่จะครอบคลุมแล้ว แต่การบังคับใช้อย่างจริงจังมากกว่าที่เป็นสิ่งสำคัญ
สุดท้าย ศ.ดร.อมร เสนอแนะให้มีการเปิดเผยข้อมูลผู้รับเหมาที่ถูกตัดคะแนนจากมาตรการสมุดพก ในส่วนที่สามารถเปิดเผยได้โดยไม่ผิดกฎหมาย Pdpa ให้เป็นสาธารณะ ไม่ใช่เปิดเผยแค่ในระบบ EGP เท่านั้น เพื่อให้หน่วยงานอื่นๆ รวมถึงภาคเอกชน นำไปประกอบการตัดสินใจในการว่าจ้างบริษัทเหล่านั้น มาดำเนินโครงการก่อสร้างในอนาคต.
ทีมข่าวชุมชนเมือง รายงาน



