ทำเอาแฟนละครดีใจกันยกใหญ่ เมื่อนักแสดงสาวมากความสามารถ “เอ้ก-บุษกร หงษ์มานพ” ตัดสินใจกลับมารับงานแสดงอีกครั้งในรอบ 10 ปี หลังห่างหายจากหน้าจอไปทำหน้าที่แม่แบบเต็มเวลา โดยเจ้าตัวได้เปิดใจล่าสุดในงาน “วิมานอากาศ Sky Castle Thailand World Premiere” ณ SF World Cinema โรง & Central World ชั้น8 ถึงการกลับมาเคาะสนิมในละครเรื่องล่าสุด พร้อมเล่าถึงจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจกลับมารับงานในครั้งนี้ และย้ำชัดถึงเรื่องแพลนเปิดอู่ทายาทคนที่ 2 โดยยืนยันคำเดิมว่า “ปิดอู่ถาวร” ด้วย

เอ้ก บุษกร เผยว่า “หายหน้าจากละครไป 10 ปีเลยค่ะ ล่าสุดที่เอ้กเล่นคือของปี 2016 มีบ้านนี้มีรัก แล้วก็มีละครด้วย ก็คืออันนี้เป็น 10 ปีจริงๆ แบบเต็ม ครบ 10 ปี ที่หายไปนาน 10 ปีเพราะติดลูกด้วยค่ะ แล้วก็คือเราใส่เต็มที่กับลูกมากๆ แล้วก็เลยอยากจะโฟกัสที่เขา แล้วก็ก่อนหน้านี้เอ้กเคยขอแจ้งทางบริษัทแล้วว่าเอ้กอยากเล่น ซึ่งเขาก็มีโปรเจกต์ให้เอ้กเล่นอันนึง แล้วเอ้กก็บอกดิน ทีนี้ดินเขาบอกว่าเขายังไม่พร้อม เอ้กก็เลยเหมือนยังเบรกไว้ก่อน จากวันนั้นก็อีก 2 ปี ก็คือตอนนี้อ่ะค่ะ ถึงได้รับเล่น จริงๆ ดินไม่รู้พร้อมหรือเปล่านะคะ แต่เอ้กก็บอกดินว่าดินต้องพร้อมแล้วแหล่ะ พ่อแม่จะเล่น เรื่องนี้แม่ต้องเล่น (ยิ้ม) ก่อนหน้านี้ลูกไม่ปล่อย ให้แม่ไปเล่น แต่ตอนนี้คือลูกปล่อยแล้ว เขาก็บอกว่าอยากให้แม่ได้ไปเล่นละคร อยากให้แม่ได้มีความสุข เขาพูดอย่างนี้นะคะ บอกว่าอยากให้แม่ไปทำสิ่งที่แม่ชอบ แม่จะได้มีความสุข ถ้าถามว่าก่อนหน้านี้มีติดต่อมาเยอะไหม ของเอ้กคือ เอ้กจะอยู่เฉพาะกับช่องวัน ก็เลยจะเป็นของช่องวันซะส่วนใหญ่ ซึ่งเอ้กรู้สึกว่าจังหวะชีวิตของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน เอ้กรู้สึกว่าจังหวะชีวิตเอ้กค่อนข้างน่าสนใจ (หัวเราะ) เพราะถ้าเกิดว่าเทียบๆ กับเพื่อนๆ นักแสดงในรุ่นเดียวกัน เขากำลังอยู่ในช่วงที่เขากำลังสร้างครอบครัว กำลังเพิ่งแต่งงาน หรือว่ากำลังพยายามมีน้อง
แต่ของเรารูปคือเราด่วนได้ (ยิ้ม) ตอนนั้นคือเราด่วนได้ เราแบบว่า แต่งเลย แล้วเราก็มีลูกเลยทันที จนตอนนี้ลูกก็คือโตแล้ว เอ้กก็รู้สึกว่าพอเขาแบบเริ่มโต แต่เราก็คือยังอายุเราไม่ได้ยังไม่ได้เยอะมาก แล้วก็โชคดีมากๆ ที่เรามีโอกาสได้กลับมาในวันที่ใจเราพร้อม กายเราพร้อม ทุกอย่างเรายังพร้อมอยู่ ก็รู้สึกว่าเป็นจังหวะชีวิตที่แปลก แต่ก็โชคดีที่ได้กลับมา ซึ่งพอลูกชายขอว่าแม่ หยุดรับงานนะ เราก็ต้องเลือกเขาค่ะ เพราะว่าเขาพูดได้ว่าเขาไม่พร้อม เราก็ต้องฟังเขาค่ะ ถ้าเขาไม่พร้อมจริงๆ แต่ในวันที่น้องดินปล่อยคุณแม่มา พี่กัปตัน (กัปตัน ภูธเนศ) เขาซัพพอร์ตมากค่ะ เขาก็บอกว่าน้องออกไปทำงานเลยนะ จะได้รู้ว่าทำงานข้างนอกมันลำบาก (หัวเราะ) เพราะปกติก็คือหน้าที่ก็คือส่วนมากพี่กัปตันเขาทำงานเป็นหลักเลย แล้วก็เอ้กจะอยู่บ้าน เอ้กก็จะชอบบอกว่าเวลาพี่กัปตันไปถ่ายละคร ทำไมพี่กัปตันเหนื่อย ทำไมอยู่บ้านทำไมไม่อยากทำอะไรเลย อะไรประมาณอย่างนี้ เขาบอกน้องไปลองดู จะได้รู้เนาะ ว่าแบบทำงานข้างนอกมันเหนื่อย อากาศมันก็ร้อน เขาก็เลยอยากให้เราได้ออกมา เขาซัพพอร์ตเต็มที่เลยค่ะ ก็ดันหลังเลย ก็คือวันที่เอ้กเล่นละคร พี่กัปตันก็จะดูลูกให้”

เอ้ก บุษกร เผยว่า “พร้อมกลับมารับค่ะ (ยิ้ม) พร้อมมากๆ แล้วค่ะ แล้วก็ติดใจมากๆ เลยค่ะ สำหรับเรื่อง Sky Castle ที่เล่นไป แบบมันสนุกมาก ทุกคิวทุกวันมันเหมือนเราแไปเข้าโรงเรียนแล้วเจอเพื่อน มีรุ่นพี่รุ่นน้อง มันสนุกมากๆ เลยค่ะ คือ บางทีมันไม่มีซีนที่เราเล่น แต่ว่าเรามีในเบรกดาวน์ว่าซีนนี้จะมีพี่แหม่มเล่น มีพี่อ้อมเล่น เราก็คือไม่กลับบ้าน เราก็นั่งรอดู เพื่อศึกษาเวลา เราขโมยหมดค่ะ เทคนิคของทุกคนคือเอ้กได้มาหมดแล้ว เรื่องนี้พูดเลยว่าเอ้กคุ้มมากๆ เลย คือใส่ล้นเลยค่ะ (หัวเราะ) ล้นเลยค่ะ น่าจะชอบกันค่ะ คือเอ้กได้ดูเรื่องนี้ในเวอร์ชันเกาหลี แล้วก็ตัวละครนี้เป็นตัวละครที่เอ้กชอบมากๆ แล้วก็เขาจะมีเหมือนซีนภาพจำเยอะ หลายๆ อัน ที่เราไม่เล่นไม่ได้อ่ เอ้กรู้สึกว่าเราต้องเล่นเรื่องนี้ให้ได้ ไม่มีอะไรที่ได้มาฟรี เราก็ต้องมีราคาที่ต้องจ่าย ส่วนต้องเคาะสนิมเยอะไหม เคาะค่ะ (หัวเราะ) ไม่ง่ายค่ะ (หัวเราะ) เพราะว่าสมัยตอนนั้น การแสดงมันไม่เหมือนตอนนี้ ตอนนี้ค่อนข้างที่จะเรียลมาก เอ้กก็คือเทคยับมากๆ เลยวันแรก วันแรกก็คือซีนหยิบนามบัตร แค่นี้เอ้กเทคประมาณเป็น 10 เพราะว่าเมื่อก่อนกล้องเขาจะต้องเล่าเวลาเรายกนามบัตร เราต้องเหมือนให้กล้องต้องเห็น เอ้กก็เลยยกเหมือนให้เห็น เขาบอกน้องไม่ต้อง เดี๋ยวพี่อินเสิร์ตเอง (หัวเราะ) ทางนี้กล้องอินเสิร์ต เราไม่รู้ไง เทคนิคการถ่ายมันเปลี่ยนไปแล้ว เอ้กก็เลยเหมือนเราต้องปรับตัวเยอะมาก แต่มันสนุกมากเลย

ถ้าถามว่าลูกชายเขามีฉายแววขึ้นมาบ้างยัง คืออย่างเอ้กกับพี่กัปตันเราทำงานตั้งแต่เด็กใช่ไหมคะ เราจะไม่มีชีวิตวัยรุ่น แล้วเอ้กรู้สึกว่าบางทีมันมันขาดอะไรบางอย่างไป เพราะงั้นถ้าเรามีลูกเนี่ย ถ้าเขาไม่ได้จะเรียกร้องจะทำเราก็อยากจะให้เขาใช้ชีวิตวัยรุ่น สนุกสนานไปก่อน แล้วเมื่อวันไหนที่เหมือนเขาต้องการจริงๆ ด้วยตัวเขา หรือว่าด้วยสถานการณ์ต่างๆ ก็ขอให้มันเริ่มตอนนั้น ไม่ใช่เริ่มจากเรา แต่ตอนนี้น้องก็มีพูดมาบ้างว่าอยากลอง แล้วก็เวลามีพวกงานรีวิว เขาทำได้ดีเกินคาด ขายของเก่งมาก เอ้กก็จะตลกทุกครั้งที่แบบ จังหวะก็ดี แต่ว่าให้เขาได้เรียนรู้ ใช้ชีวิตแบบสนุกสนาน แบบเด็กธรรมดา เมื่อเขาโตแล้วเขาพร้อม แล้วมันเป็นโอกาสของเชาจริงๆ ที่มันเป็นของเขานะ ไม่ใช่เกิดจากพ่อแม่ ก็จะให้เชาทำตอนนั้น ก็คือไม่ได้ปิดกั้น (เราอยากมีคนที่ 2 มั้ย?) อุ๊ย! ไม่เลี้ยงแล้ว! ช่วยเลี้ยงหน่อย ไม่ไหวแล้ว เลี้ยงไม่ไหวแล้ว เขาบอกให้เอ้กมีลูกคนที่สอง เอ้กบอกไม่ไหวแล้ว (น้องดินจะได้มีเพื่อน?) เดี๋ยวหนูเป็นเพื่อนเขาได้ค่ะ เดี๋ยวแม่เล่นเอง ไม่ไหวแล้วคนเดียวพอ คือน้องดินเข้าจะบอกเอ้กตลอดว่า โตขึ้นเขาไม่อยากมีลูก เพราะว่าเด็กน่ารำคาญ (หัวเราะ)”

เอ้ก บุษกร เผยทิ้งท้ายว่า “ถ้าถามว่าปิดอู่ไปเลยมั้ย ปิดค่ะ (หัวเราะ) พี่อยากให้หนูมีเพิ่มเหรอคะ พี่พร้อมจะซัพพอร์ตมั้ยคะ ช่วยอุ้มท้องอย่างงี้ได้มั้ย ร่างกายเนี่ยมันพอไหวค่ะ แต่เวลาเราเลี้ยงเด็กอ่ะ ตอนที่เอ้กเลี้ยงดิน เอ้กใส่ทั้งกาย ทั้งใจ ทั้งทุกอย่างเสริมพัฒนาการ เลี้ยงลูกให้เขาโตมันง่ายนะคะ แต่เลี้ยงให้เขาเป็นเด็กที่สมบูรณ์แล้วเขาฉลาด แล้วเขามีความสุข อันนี้มันยากมากๆ เลยค่ะ เหมือนอย่างเรื่อง Sky Castle เนี่ย (หัวเราะ) มันก็เหมือนกัน เรื่องการส่งเสริมการเรียนต่างๆ เอ้กถึงแบบว่าเราเข้าใจละครเรื่องนี้มากๆ เลย บทละคมันคือชีวิตจริงของคนที่เป็นแม่ คนที่มีลูก ทุกอย่างที่เราทำเพื่อเขาไม่ไม่มีอะไรบังเอิญ ทุกอย่างเป็นการวางแผนทั้งหมด แล้วเอ้กคิดว่าเอ้กทำแค่รอบเดียว (หัวเราะ) ใส่สุดไปแล้ว”


ขอบคุณภาพ : eggbusakorn



