เมื่อวันที่ 25 ก.ค. 2569 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เผยว่า ตามที่มีข่าวเผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ กรณีเจ้าของปั๊มน้ำมัน ปตท. สาขาบ้านผือ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ร้องเรียนต่อประธานกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย สภาผู้แทนราษฎร เพื่อทวงถามเงินเยียวยาจากรัฐบาล จากเหตุการณ์ภัยอันเนื่องมาจากการกระทำของกองกำลังจากนอกประเทศ ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ซึ่งร้านสะดวกซื้อในสถานีบริการน้ำมันได้รับผลกระทบ มูลค่าความเสียหาย 3,056,016 บาท 

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ตรวจสอบข้อมูลการให้ความช่วยเหลือ พบว่า กรณีดังกล่าว บริษัททิพยประกันภัยได้ให้ความช่วยเหลือแก่สถานบริการน้ำมันแล้ว เป็นเงินจำนวน 1,000,000 บาท และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ให้ความช่วยเหลือ จำนวน 2,056,616 บาท ปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว ตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน 2568 ส่วนร้านสะดวกซื้อได้รับความเสียหาย คิดเป็นมูลค่า 14,894,034 บาท บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ได้ให้ความช่วยเหลือแล้ว จำนวน 9,000,000 บาท ปัจจุบันเปิดให้บริการแล้วตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 

กรณีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ช่วยเหลือเยียวยาครบทุกราย โดยผู้เสียชีวิตทั้ง 7 ราย ครอบครัวได้รับความช่วยเหลือแล้ว รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 58,589,265 บาท ส่วนผู้บาดเจ็บทั้ง 12 ราย ได้รับความช่วยเหลือแล้ว รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 4,643,800.00 บาท โดยเป็นงบประมาณจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี เงินทดรองราชการในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด งบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประกันสังคม กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และรายจ่ายงบกลาง ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568 (กรณีเสียชีวิต ประชาชน รายละ 8,000,000 บาท กรณีบาดเจ็บและทุพพลภาพ รายละ 400,000-8,000,000 บาท) (เฉลี่ยรายละ 100,000-800,000 บาท) ขึ้นอยู่กับอาการของผู้ได้รับบาดเจ็บ

ในส่วนสถานีบริการน้ำมันที่ได้ขอรับการเยียวยาเพิ่มเติม ผ่านจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี จำนวน 3,348,624 บาท และสำนักนายกรัฐมนตรีได้นำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 โดยที่ประชุมมีมติให้ส่งเรื่องคืนจังหวัดศรีสะเกษ เพราะไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ฯ เนื่องจากคำขอดังกล่าวยังไม่เข้าเกณฑ์การจ่ายเงินจากกองทุนฯ เนื่องจากเป็นความเสียหายต่อทรัพย์สินที่ใช้ประกอบธุรกิจ และได้รับการชดเชยจากบริษัทประกันภัย รวมถึงได้รับความช่วยเหลือจากบริษัทต้นสังกัดแล้ว 

ทั้งนี้ ปภ. ยืนยันว่าได้ร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามและประสานการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง พร้อมดำเนินการตามระเบียบหลักเกณฑ์และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ผู้ประสบภัยได้รับการดูแลและเยียวยาอย่างเหมาะสมและเป็นธรรมทุกกรณี.