เครือข่ายธุรกิจและคนพิการประเทศไทย (Thailand Business and Disability Network: TBDN) ภายใต้การสนับสนุนขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization: ILO) ชวนภาคธุรกิจไทยนำแนวคิด ‘ดิซาบิลิตี คอนฟิเดนซ์’ (Disability Confidence) มาปรับใช้ในการบริหารองค์กร โดยมองว่าการเปิดรับความหลากหลายของบุคลากรเป็นปัจจัยสำคัญต่อการสร้างนวัตกรรม เพิ่มความยืดหยุ่นขององค์กร และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาว ท่ามกลางการเข้าสู่สังคมสูงวัย การเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงาน และการแข่งขันเพื่อดึงดูดบุคลากรที่มีทักษะ

TBDN ซึ่งดำเนินงานภายใต้เครือข่ายธุรกิจและคนพิการระดับโลกของ ILO (Global Business and Disability Network: GBDN) ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงภาคธุรกิจไทยให้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติด้านการจ้างงานที่เปิดกว้าง โดยผลักดันให้แนวคิดดังกล่าวถูกนำไปใช้ในทุกกระบวนการขององค์กร ตั้งแต่การสรรหาและพัฒนาบุคลากร การสร้างผู้นำ การบริหารห่วงโซ่อุปทาน การออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการ ไปจนถึงการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG)

ข้อมูลขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ระบุว่า ประชากรโลก 1 ใน 6 คนเป็นผู้มีความบกพร่องทางร่างกายหรือการรับรู้ และกว่า 80% อยู่ในวัยทำงาน อย่างไรก็ตาม คนกลุ่มนี้มีอัตราการเข้าสู่ตลาดแรงงานต่ำกว่าประชากรทั่วไปประมาณ 30% ทำให้ภาคธุรกิจยังสูญเสียโอกาสในการเข้าถึงแรงงานที่มีศักยภาพ ขณะที่ประเทศไทยกำลังเผชิญทั้งปัญหาขาดแคลนแรงงานทักษะสูงและการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การสร้างสถานที่ทำงานที่เปิดกว้างจึงมีความสำคัญมากขึ้น

‘ดร.อรุณฉัตร ฟูวงศ์เจริญ’ ผู้อำนวยการเครือข่ายธุรกิจและคนพิการประเทศไทย (TBDN) กล่าวว่า การสร้างความพร้อมด้าน Disability Confidence ควรเป็นนโยบายที่ผู้บริหารให้ความสำคัญ เพราะการเปิดโอกาสให้คนที่มีความหลากหลายเข้ามามีส่วนร่วม ตั้งแต่การสรรหา การพัฒนาบุคลากร การออกแบบสถานที่ทำงาน ไปจนถึงการให้บริการลูกค้า จะช่วยให้องค์กรปรับตัวได้ดีขึ้นและรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

อีกแนวทางที่ TBDN ส่งเสริมคือการจัดตั้งกลุ่มทรัพยากรบุคคลภายในองค์กร (Employee Resource Groups: ERGs) เพื่อเปิดพื้นที่ให้พนักงานแลกเปลี่ยนความคิดเห็น นำข้อเสนอไปพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวก ปรับปรุงนโยบายการทำงาน และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงานของบุคลากรทุกกลุ่ม

หลายองค์กรที่เข้าร่วมเครือข่ายเริ่มนำแนวคิดดังกล่าวมาปรับใช้ในการบริหารบุคลากร โดย ‘เคท เกอริทส์’ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการประเทศไทย บริษัท ไอเอชจี โฮเทลส์ แอนด์ รีสอร์ตส์ (IHG Hotels & Resorts) กล่าวว่า วัฒนธรรมองค์กรที่เปิดรับความหลากหลายช่วยให้พนักงานพัฒนาศักยภาพได้เต็มที่ เกิดความผูกพันกับองค์กร และตัดสินใจทำงานในระยะยาว

ด้าน ‘วรพงศ์ ผดุงเกียรติสกุล’ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีซีเอส ประเทศไทย กล่าวว่า องค์กรให้ความสำคัญกับการออกแบบลักษณะงานให้เหมาะสมกับความสามารถและข้อจำกัดของพนักงานแต่ละคน เพื่อให้ทุกคนสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเติบโตในสายอาชีพ

ขณะที่ ‘ดีปา บาราที’ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านความเท่าเทียมทางเพศ การไม่เลือกปฏิบัติ และการยอมรับความแตกต่าง ทีมงานเพื่อการทำงานที่มีคุณค่า (Decent Work Team: DWT) กรุงเทพฯ ของ ILO กล่าวว่า การสร้างสถานที่ทำงานที่เปิดรับความหลากหลายช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงบุคลากรที่มีศักยภาพมากขึ้น ลดอุปสรรคในการทำงาน และเอื้อต่อการสร้างนวัตกรรม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว

TBDN ระบุว่า ในระยะต่อไปจะทำงานร่วมกับภาคเอกชน ภาครัฐ และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อนำแนวปฏิบัติระดับสากลมาปรับใช้กับบริบทของประเทศไทย และส่งเสริมให้องค์กรนำหลักการด้านความหลากหลายมาผสานกับการดำเนินงานด้าน ESG เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นขององค์กร รองรับการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงาน และยกระดับความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน