เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ที่รัฐสภา นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ เข้ายื่นหนังสือพร้อมหลักฐานในคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ต่อ นางสาวพนิดา มงคลสวัสดิ์ และนายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาชน พร้อมด้วย สส. พรรคประชาชนคนอื่น
นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ในฐานะภาคประชาชนที่ติดตามเรื่องนี้ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา มีการนำเรื่องนี้ให้พรรคประชาชน 2 ครั้ง ซึ่งก่อนหน้านี้ทางพรรคอาจจะยังไม่สะดวกที่จะทำเรื่องนี้ แต่วันนี้เราเห็นตรงกันแล้ว มีพยานหลักฐานเชื่อมโยง ว่ากลุ่มฮั้ว สว. กลุ่มนี้ อาจเข้าข่ายเป็นการกระทำเพื่อการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ หรือเป็นเรื่องของการกระทำที่ขัดต่อความมั่นคงตามประมวลกฎหมายอาญา
“ถ้าเรารอแค่ กกต.ส่งศาลฎีกาหรือไม่ ผมคิดว่ามันอาจจะสายเกินไป วันนี้จึงมายื่นหนังสือให้กับพรรคประชาชนพิจารณาดูว่า เราจะทำอย่างหนึ่งอย่างใดได้ไหมในระหว่างนี้ เราไม่ไว้เนื้อเชื่อใจ กกต. จึงเห็นตรงกันว่า อาจจะไปยื่นสำนักงานอัยการสูงสุด ทำเรื่องส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญว่า พฤติการณ์ของกลุ่มฮั้ว สว.ตั้งแต่ระดับคนของรัฐบาล จนถึง สว. หรือคนที่อยู่นอกสภาก็ดี ดำเนินการกับพวกเขาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 หรือไปใช้สิทธิแจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวนในเรื่องของความมั่นคง เป็นต้น” นายภัทรพงศ์ กล่าว
นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ส่วนหลักฐานนั้น จริงๆ ตนเคยเปิดเรื่องนี้ตั้งแต่ต้นปี 68 ที่ผ่านมา เชื่อว่าหลักฐานที่ตนออกมา 3,500 หน้า ที่เคยนำเสนอที่ กกต.นั้น วันนี้ถึงมือนายยิ่งชีพ และพรรคประชาชนแล้ว วันเลือก สว.รอบประเทศ มีการเก็บโทรศัพท์ ไม่มีใครจะเข้าถึงโทรศัพท์แน่นอน แต่ในช่วงประมาณสักหลังเที่ยงคืนไป กลุ่มผู้สมัคร สว.ในตอนนั้น และวันนี้เป็น สว.ตัวจริง โทรฯ หาบุคคลหลายๆ คน หลักฐานมีหมด กรมสอบสวนคดีพิเศษ กกต.มีแบบไหน ภาคประชาชนก็มีแบบนั้น
“เดาได้ยากว่าท้ายสุดแล้ว คนผู้มีอำนาจที่อาจจะชักใย กกต.อยู่เบื้องจะเอาอย่างไร ถ้าตามข่าวเห็นถึง 20-30 คน คนที่มีเส้นเงินชัด คนอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องเขาจะตัดออกหมด ดังนั้นภาคประชาชนก็มีหน้าที่ร่วมกับภาคอื่นๆ พรรคประชาชน อดีตผู้สมัคร สว. และ สว.สำรอง ร่วมกันเขย่าว่า วันนี้ถ้ายังขืนจะกล้าทำตามผู้มีอำนาจ ก็รอติดคุกเลย ผมยกร่างคำร้องตามมาตรา 157 ที่จะเอาผิด กกต.ไว้แล้ว และจะเปิดเผยในวันที่ 31 ก.ค.นี้”
นางสาวพนิดา กล่าวว่า “หลังรับเรื่องแล้ว จะมีการศึกษาสิ่งที่แนบมาทั้งหมดว่าจะนำไปทำอะไรต่อได้บ้าง ขอชวนทุกคนโฟกัสและส่งเสียงถึง กกต.ให้ดังขึ้นกว่าเดิม เพราะกฎหมายเลือกตั้งนั้น คนมีอำนาจส่งศาลได้คือ กกต. ได้ข่าวมาว่าอาจจะมีการเคาะมติในต้นเดือน ส.ค. ดังนั้นฝ่ายค้านเราก็ทำงานแข่งกับเวลาเหมือนกัน พยานท่านใดที่มีส่วนร่วมกับเหตุการณ์ดังกล่าว มีหลักฐาน มีภาพ มีวิดีโอที่อยากสื่อสารต่อสาธารณะ เนื่องจากกังวลว่าคดีนี้จะไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถส่งมาได้ที่วิปฝ่ายค้านได้เลย” นางสาวพนิดา กล่าว
ด้าน นายภัณฑิล กล่าวถึงการที่นักการเมืองฟ้องนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการไอลอว์ที่เปิดเผยชื่อนักการเมือง ว่า ขอเรียกร้องว่าจริงๆ ต้องคุ้มครองพยาน ที่เขาออกมาก็หนักใจมากแล้ว ถูกขู่ฆ่าก็มี ยังมาถูกฟ้อง ถูกดำเนินคดีอีก ทั้งๆ ที่ที่ทำนั้นก็เพื่อปกป้องผลประโยชน์สาธารณะ ปกป้องผลประโยชน์ของทุกคน



