เปิดใจหมดเปลือกสำหรับอดีตซุปตาร์ยุค 90 “ฟิล์ม-รัฐภูมิ” ในรายการ คนล้มลุก โดยได้ย้อนเล่าถึงบทเรียนชีวิตครั้งใหญ่ จากพระเอกและนักร้องฮอตระดับประเทศที่ต้องเผชิญมรสุมข่าวใหญ่ จนชีวิตพลิกผันจากจุดสูงสุดลงสู่จุดตกต่ำที่สุดในชีวิต

ฟิล์ม รัฐภูมิ ย้อนเล่าถึงช่วงเวลาที่ชีวิตประสบความสำเร็จสูงสุดนานกว่า 5 ปีเต็ม มีงานพรีเซ็นเตอร์ปีละไม่ต่ำกว่า 20 ตัว เรียกว่าถ่ายโฆษณาครอบคลุมตั้งแต่หัวจรดเท้า มีแฟนคลับเดินทางมารอให้กำลังใจเต็มหน้าบ้านทุกวัน ก่อนจะเจอมรสุมข่าวใหญ่เปลี่ยนชีวิต

สำหรับประเด็นข่าวดังในอดีต ฟิล์ม รัฐภูมิ เผยความจริงว่า รับรู้เรื่องราวตั้งแต่อีกฝ่ายเริ่มตั้งครรภ์ และมีความยินดีที่จะรับบทบาทความเป็นพ่อ โดยได้แจ้งเรื่องไปยังผู้ใหญ่ ค่ายเพลง รวมถึงครอบครัว ซึ่งทุกคนต่างยินดี พร้อมทั้งคอยดูแลและส่งเสียเลี้ยงดูตลอดระยะเวลา 9 เดือนจนกระทั่งอีกฝ่ายคลอดลูก

เมื่อเรื่องราวกลายเป็นข่าวใหญ่ในสังคม บริบทการรับรู้กลับเปลี่ยนไป มีข้อมูลอื่น ๆ แทรกเข้ามา จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เพียงเพราะ ฟิล์ม รัฐภูมิ พูดคำว่า ขอตรวจ DNA” ซึ่งในยุคนั้นกลับถูกมองว่าเป็นการพูดที่ไม่เหมาะสม จนถูกถอดจากงานพรีเซ็นเตอร์ทั้งหมด ค่ายสั่งพักงานเพื่อรับผิดชอบต่อสังคม และทำให้โปรเจกต์ยักษ์ใหญ่อย่างการเซ็นสัญญาทำอัลบั้มที่ประเทศเกาหลีใต้ต้องถูกยกเลิกไปทันที

ฟิล์ม รัฐภูมิ ยอมรับว่า ช่วงเวลานั้นรู้สึกเหมือน ตายทั้งเป็น แต่สิ่งที่สร้างความเจ็บปวดใจที่สุดไม่ใช่การสูญเสียงานหรือชื่อเสียง แต่คือการเห็นคุณพ่อคุณแม่ถูกสังคมต่อว่าเลี้ยงลูกไม่ดี ทั้งที่เป็นความผิดพลาดของตนเองเพียงคนเดียว อย่างไรก็ดี ในชั้นศาล ฟิล์ม รัฐภูมิ ชนะคดีและได้รับการถอนชื่อออกจากการเป็นพ่อเด็ก เนื่องจากอีกฝ่ายปฏิเสธที่จะเข้ารับการตรวจ DNA

หลังจากมรสุมคลื่นลมเริ่มสงบลง ฟิล์ม รัฐภูมิ ได้หันหน้าพูดคุยกับคนในครอบครัว ตัดสินใจเข้าสู่ใต้ร่มกาสาวพัสตร์เพื่อบวชเรียน และเดินทางไปศึกษาต่อยังต่างประเทศ เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่และสร้างอนาคตใหม่อีกครั้ง

ขอบคุณภาพจาก:คน ล้ม ลุก