เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 69 ที่รัฐสภา นายสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม สว. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พยานคดีโกงเลือก สว. เปิดข้อมูลว่ามีส่วนร่วมขบวนการที่ทำให้การเลือก สว. ไม่เป็นไปตามกฎหมายและพบเส้นเงินเกี่ยวข้อง ว่า ในส่วนพยานที่ออกมาให้ข้อมูลคือ นายสนั่นชัย ช่วยอุดมวิจิตร ซึ่งเคยเป็นผู้สมัคร สว. และเคยเป็นอดีตผู้ช่วยประจำตัวของตนจริง เพราะก่อนหน้านั้นตนมองว่านายสนั่นชัยที่รู้จักกับคนจำนวนมากในพื้นที่จะช่วยงาน แต่หลังจากที่แต่งตั้งแล้ว พบว่านายสนั่นชัยไม่มาทำงาน ตนจึงปลดออก ส่วนที่นายสนั่นชัยระบุว่ามีเงินเดือนส่วนที่ต้องส่งคืน และโอนเงินคืนเข้าบัญชีของนางพรรณิภา ผาสุข นั้น เป็นเพราะนายสนั่นชัยเคยยืมเงินจากนางพรรณิภา
นายสรชาติ กล่าวต่อว่า นางพรรณิภา ไม่ใช่ภรรยาของตน เป็นเพียงผู้ช่วยหาเสียงของตนเมื่อครั้งลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. แต่เมื่อลงสมัคร สว. จึงไม่เกี่ยวข้องกัน การพยายามโยงข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้องกับตนเพื่อให้สังคมเห็นว่าตนมีส่วนทำให้เกิดการฮั้ว สว. นั้นไม่เป็นความจริง เป็นการกล่าวร้าย ซึ่งก่อนหน้านี้ตนได้แจ้งความดำเนินคดีกับนายสนั่นชัย ในกรณีแจ้งเท็จที่ สภ.หนองบัวลำภู แล้ว และจากนี้ตนอยู่ระหว่างพิจารณาข้อมูล และคลิปที่นายสนั่นชัยออกมาพูด เพื่อฟ้องหมิ่นประมาท
“ผมไม่ใช่ผู้จัดตั้งขบวนการฮั้ว สว. ตามที่นายสนั่นชัยกล่าวอ้าง เพราะตอนที่มาสมัครนั้นไม่มีกลุ่มไม่มีจัดตั้งใดๆ และเหตุที่รู้จักกับนายสนั่นชัยได้ เป็นเพราะนายสนั่นชัยที่ทำงานให้กับผู้สมัคร สว. ที่ชื่ออาจารย์ละเอียด ซึ่งเป็นผู้ที่รวบรวมและจัดตั้งกลุ่มผู้สมัคร สว. เดิมผมจะไม่ลงสมัคร สว. แล้ว เพราะที่ อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู มีการจัดคนลงสมัครแต่ละกลุ่ม แต่ที่ผมลงสมัครในกลุ่ม 13 เพราะในสาขาวิทยาศาสตร์มีผู้สมัครจำนวนน้อย จึงเชื่อว่าจะไม่ถูกบล็อกโหวต และมีโอกาสที่จะได้รับเลือก โดยระดับอำเภอ ผมได้แค่ 2 คะแนน แม้ว่าจะมีคนรู้จักมาก ส่วนระดับจังหวัดผมได้ 3 คะแนน เป็นอันดับสอง หากผมเป็นหัวขบวนจัดตั้งต้องได้คะแนนเยอะกว่านี้ แต่ผมเป็นผู้สมัคร สว. ที่มาโดยอิสระตั้งแต่ต้น แต่ลอดเข่งปลาทูเข้ามาได้” นายสรชาติ กล่าว
เมื่อถามถึงสัญญาที่จะให้เงิน 5 แสนบาท ตอบแทนหากได้รับเลือกเป็น สว. นายสรชาติ กล่าวว่า เป็นการพูดลอยๆ โดยไม่มีหลักฐานอะไรยืนยันทั้งสิ้น ซึ่งตนติดตามการให้สัมภาษณ์ของนายสนั่นชัยที่ไปออกรายการโทรทัศน์ นายสนั่นชัยไม่ยืนยันถึงหลักฐานเพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่พูดนั้นเป็นความจริง มีประเด็นที่นายสนั่นชัยพูดจริง คือ การเดินทางเข้ากรุงเทพฯ กับตน ซึ่งตนแจ้งแล้วว่าจะขอคิดค่าน้ำมันและค่าเดินทาง นายสนั่นชัยถึงโอนเงินจำนวน 1,000 บาทมาให้ นายสนั่นชัยพูดความจริงไม่หมด และพยายามบอกว่ามีเส้นเงินที่โยงมาถึงตน ที่ทำให้สังคมเข้าใจว่าตนมีส่วนจัดตั้งและทำให้เกิดขบวนการฮั้วเลือก สว.
“ผมอยากให้สังคมตรวจสอบประวัตินายสนั่นชัยด้วยว่าเป็นอย่างไร ซึ่งคนในจังหวัดรู้ดี และขณะนี้ยังมีคดีที่เกี่ยวกับกองทุนหมู่บ้านอีกด้วย และการที่นายสนั่นชัยออกมาบอกข้อมูลและพยายามเชื่อมข้อมูลมายังผมที่เป็นการกล่าวหา ผมรู้ว่าคืออะไร และเหตุผลที่ผมปลดออกจากตำแหน่งผู้ช่วย สว. เพราะทราบว่าไปรับจ้างจากฝ่ายตรงข้ามให้มาเล่นงาน เพื่อหวังว่าหากผมถูกพ้นตำแหน่ง สว. แล้ว สว.สำรองจะได้รับเลื่อนมาแทน ซึ่งทั้งหมดล้วนมีประเด็นผลประโยชน์ทับซ้อนต่อกัน ทั้งนี้การเปิดข้อมูลของเรื่องนี้ ผมขอเรียกร้องให้ช่วยตรวจสอบพยานที่เอามาด้วยว่าเป็นกลุ่มที่ร่วมฮั้ว แต่แพ้หรือไม่” นายสรชาติ กล่าว



