วันนี้ (วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม 2569) เวลา 14.00 น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการระดับชาติเพื่อเตรียมการจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ปี 2569 ครั้งที่ 2/2569 เพื่อติดตามความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพการประชุมเศรษฐกิจการเงินระดับโลก ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ภายหลังการประชุม นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้รับทราบผลการตรวจประเมินความพร้อมของคณะผู้แทนกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank) ซึ่งเดินทางมาติดตามความพร้อมของประเทศไทยระหว่างวันที่ 17-24 กรกฎาคม 2569 โดยผลการประเมินภาพรวมการเตรียมงานยังคงอยู่ในระดับ A ต่อเนื่องจากการประเมินเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สะท้อนถึงความพร้อมของประเทศไทยทั้งด้านสถานที่จัดประชุม การต้อนรับ การรักษาความปลอดภัย การอำนวยความสะดวก และการบริหารจัดการภาพรวม ขณะที่ประเด็นด้านกระบวนการออกวีซ่า ซึ่งเป็นข้อห่วงใยของคณะผู้ประเมิน ได้รับการประสานงานและชี้แจงโดยกระทรวงการต่างประเทศจนเป็นที่พอใจของทั้ง IMF และ World Bank
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกด้าน ทั้งการจัดประชุมด้านสารัตถะ พิธีการและการต้อนรับ ความปลอดภัย การอำนวยความสะดวก การคมนาคม การประชาสัมพันธ์ การบริหารจัดการสถานที่ รวมถึงกำหนดการกิจกรรมสำคัญตลอดช่วงการประชุม เพื่อให้การเป็นเจ้าภาพของประเทศไทยเป็นไปอย่างเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามมาตรฐานสากล
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบแนวทางการสื่อสารภาพลักษณ์ประเทศไทยผ่าน Thailand Pavilion ภายใต้แนวคิด “New Horizon: 7 Decades of Building Resilience and Empowering People” สะท้อนพัฒนาการของประเทศไทยตลอด 7 ทศวรรษที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ควบคู่กับการเสริมสร้างความเข้มแข็งและภูมิคุ้มกันในทุกมิติ พร้อมนำเสนอศักยภาพของประเทศไทยผ่าน 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ Digital Public Infrastructure (DPI), Middle Power, Climate Resilience และ Longevity แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และต่อยอดความร่วมมือกับนานาประเทศในอนาคต
นายกรัฐมนตรีกำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดการดำเนินงานตามแผนงานที่กำหนด โดยบูรณาการการทำงานอย่างใกล้ชิด ติดตามภารกิจที่ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกรอบเวลา พร้อมจัดเตรียมแผนรองรับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ทั้งด้านการอำนวยความสะดวก การรักษาความปลอดภัย การคมนาคม การบริหารจัดการเส้นทาง และการดูแลผู้แทนระดับสูงจากต่างประเทศ เพื่อให้การจัดประชุมเป็นไปอย่างราบรื่นตามมาตรฐานสากล
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมกันขับเคลื่อนการเตรียมความพร้อมมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมเน้นย้ำว่า ขณะนี้เหลือเวลาเตรียมการก่อนการประชุมเพียง 77 วัน จึงถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องเร่งดำเนินงานในทุกมิติอย่างเต็มกำลัง
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเป็นเจ้าภาพการประชุมฯ ถือเป็น วาระสำคัญของชาติ ที่สะท้อนภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของประเทศไทยในเวทีโลก การได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพครั้งนี้แสดงถึงความเชื่อมั่นของนานาชาติต่อศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทย จึงขอให้ทุกหน่วยงานร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจอย่างเต็มที่ ใช้โอกาสนี้สร้างความเชื่อมั่นและนำเสนอศักยภาพของประเทศไทยต่อผู้เข้าร่วมประชุมจากทั่วโลก ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้เชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมเป็นเจ้าภาพที่ดีของประเทศ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อสร้างความประทับใจแก่ผู้เข้าร่วมประชุมจากทั่วโลก และร่วมกันเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศ



