เมื่อวันที่ 27 ก.ค. สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระดำรัสถวายพระพร เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 ก.ค.2569 ความว่า

อภิลักขิตสมัยเฉลิมพระชนมพรรษา ของสมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ได้เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่ง อาตมภาพในนามคณะสงฆ์ ขอสำแดงน้ำจิตโสมนัสมุทิตา ตั้งสัตยาธิษฐานร่วมกับปวงชนชาวไทย ถวายพระพรชัยมงคลให้ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน เมื่อพิจารณาจากประวัติศาสตร์ของชาติไทยย่อมเห็นประจักษ์ได้ว่า สถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชน ดำรงอยู่ ในฐานะ “มิตรแท้” ของกันและกันตลอดมา ด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธศาสนา ซึ่งผูกผสานน้ำพระราชหฤทัยและน้ำใจให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันด้วยความปรารถนาดีอย่างจริงใจต่อกัน สมด้วยพระราโชวาทของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงปลูกฝังอบรมบ่มพระราชหฤทัยพระราชโอรสธิดา ให้ทรงตระหนักในสัจจะประการนี้ว่า “เราต้องตอบแทนความรักของประชาชนด้วยการกระทำมากกว่าคำพูด ทำทุกสิ่งทุกอย่างที่จะบำบัดความทุกข์ของเขา เพราะเขาเป็นหลักพึ่งพาของพระมหากษัตริย์ตลอดเวลา”

สมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ทรงตั้งพระบรมราชปณิธานสืบสาน รักษา และต่อยอดแนวพระราชดำริ พระราชจริยวัตร ตลอดจนพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระบรมราชบุพการี เพื่อให้บ้านเมืองไทยประสบความผาสุกสวัสดี จึงทรงสถิตในฐานะ “มิตร” ที่ยิ่งใหญ่ของประชาชน ย่อมทรงได้รับความจงรักภักดีต่างเครื่องบูชาสนองพระมหากรุณาธิคุณอยู่เสมอ โดยเหตุแห่งพระเมตตาธรรม พระราชไมตรีนั้นยังเผื่อแผ่ไปสู่นานาประเทศในฐานะราชสัมพันธมิตร ประสิทธิ์ประสาทเกียรติภูมิของชาติ ให้ประกาศเกริกไกรไปในสากล เป็นที่สรรเสริญยกย่องอย่างไพศาล สมด้วยโพธิสัตวภาษิต ที่ว่า “สกฺกตฺวา สกฺกโต โหติ ครุ โหติ สคารโว วณฺณกิตฺติภโต โหติ โย มิตฺตานํ น ทุพฺภติ” แปลความว่า “บุคคลผู้ใดมิได้ประทุษร้ายเหล่ามิตร บุคคลผู้นั้นสักการะคนอื่น ก็จะเป็นผู้อันคนอื่นสักการะตน เคารพคนอื่น ก็จะเป็นผู้อันคนอื่นเคารพตน ย่อมเป็นผู้ได้รับความยกย่องและเกียรติคุณ.” ด้วยประการฉะนี้

ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และเดชะแห่งสัจจวาจา ตลอดจนพระราชกุศลธรรมจริยาที่ทรงสั่งสมมาด้วยดี โปรดอภิบาลรักษาสมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ให้ทรงพระเจริญด้วยจตุรพิธพรชัย เสด็จสถิตเป็นมิ่งขวัญหลักชัยแห่งราชอาณาจักรไทย ตราบจิรัฐิติกาล เทอญ