สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 28 ก.ค. ว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นตามหลังแรงกดดันจากสหรัฐ ซึ่งประกาศการรณรงค์ต่อต้านไอซีซี เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา โดยข่มขู่ว่าจะคว่ำบาตรเพิ่มเติม และกล่าวหาว่าไอซีซีเป็น “ภัยคุกคามที่ยอมรับไม่ได้” ต่ออธิปไตยของสหรัฐ

ในเดือนนี้ เวเนซุเอลา รวมถึงรัฐบาลทหารของบูร์กินาฟาโซ มาลี และไนเจอร์ ต่างเริ่มกระบวนการถอนตัวออกจากไอซีซี ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงเฮก และดำเนินคดีกับบุคคลในข้อหาอาชญากรรมสงคราม และอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ โดยก่อนหน้านี้ บุรุนดีและฟิลิปปินส์ ถอนตัวจากการเป็นสมาชิกไปแล้ว

รัฐบาลอึนจาเมนา ระบุในแถลงการณ์ว่า การประกาศของชาดมีขึ้นหลังจาก “การตรวจสอบอย่างละเอียด” เกี่ยวกับการทำงานของไอซีซี นับตั้งแต่ศาลเริ่มดำเนินการในปี 2545 รวมถึงผลงานที่ผ่านมา ซึ่งประสิทธิภาพของศาลยังคงมีจำกัดและไม่สม่ำเสมอ พร้อมกับกล่าวหาว่า ไอซีซีมุ่งเน้นประเทศในแอฟริกาเป็นพิเศษ

ด้านนายอับดูลาเย ซาเบร ฟาดูล รมว.การต่างประเทศชาด โพสต์คลิปวิดีโอบนแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก โดยกล่าวว่า ชาดรู้สึกว่าตนเองไม่สอดคล้องกับไอซีซีตามการดำเนินงานในปัจจุบันอีกต่อไป และสิ่งที่เกิดขึ้นกับศาลควรเป็นเครื่องเตือนใจสำหรับประเทศในแอฟริกาทุกประเทศ ที่ยังเป็นสมาชิกไอซีซีอยู่

กระนั้น การตัดสินใจของชาดที่จะถอนตัวจากไอซีซี หลังเป็นสมาชิกมานาน 20 ปี มีขึ้นท่ามกลางข้อกล่าวหาจากองค์กรระดับชาติและนานาชาติ เกี่ยวกับการมีส่วนร่วมที่น่าสงสัยของรัฐบาลอึนจาเมนา ในสงครามของประเทศเพื่อนบ้านอย่างซูดาน ระหว่างกองทัพซูดานกับกองกำลังเคลื่อนที่เร็ว (อาร์เอสเอฟ).

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS