เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 ก.ค. 69 นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี “กิจกรรมปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569” ณ อาคารโดมอเนกประสงค์โรงเรียนสุขานารี จ.นครราชสีมา

โดยรับเกียติจาก นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี นายยศนันท์ วงค์สวัสดิ์ นายวัชรพล โตมรศักดิ์ สส.นครราชสีมา เขต 2 พรรคเพื่อไทย นายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา พร้อมคณะผู้บริหารเทศบาลฯ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมาเข้าร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่ง เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

นายสุวัจน์ กล่าวถึงวัตถุประสงค์สำคัญของการจัดงานในครั้งนี้ว่า เป็นการรวมพลังของพี่น้องชาวโคราชเพื่อสืบสาน รักษา และต่อยอด แนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมุ่งเน้นการอนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งน้อมนำโครงการ “ป่ารักษ์น้ำ” อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ณ บ้านถ้ำติ้ว จังหวัดสกลนคร มาเป็นแบบอย่างและแรงบันดาลใจสำคัญในการดูแลรักษาระบบนิเวศ

“การจัดกิจกรรมในวันนี้เราเลือกพื้นที่ถนนจอมสุรางค์ยาตร์ ซึ่งเป็นถนนสายประวัติศาสตร์สำคัญอันทรงคุณค่า ที่สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในรัชกาลที่ 5 เคยเสด็จฯ มาทรงเป็นองค์ประธานเปิดเมื่อปี พ.ศ. 2454 การที่เรามาร่วมกันปลูกต้นไม้กว่า 4,000 ต้น มีต้นรวงผึ้งและต้นอินทนิลน้ำ ร่วมกับไม้พันธุ์ดีๆ อีกมากมาย ในวันนี้ จึงเป็นการผสานความจงรักภักดีเข้ากับการอนุรักษ์ประวัติศาสตร์และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน” นายสุวัจน์ กล่าว

นายสุวัจน์ กล่าวต่อว่า เทศบาลนครนครราชสีมา มีเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมเพิ่มพื้นที่สีเขียว สร้าง “ปอดของเมือง” เพื่อช่วยลดภาวะโลกร้อน ลดปัญหามลพิษ และสร้างความร่มรื่นสวยงามให้ภูมิทัศน์เมืองนครราชสีมา โดยมีโครงการที่จะขยายผลการปลูกต้นไม้ไปยังถนนสายอื่นๆ ทั่วจังหวัด เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเมืองโคราชให้อยู่รอดและเติบโตอย่างยั่งยืน

นายสุวัจน์ ได้กล่าวชื่นชมและขอบคุณเทศบาลนครนครราชสีมา สมาคมชุมชน ส่วนราชการ ภาคเอกชน และประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมาทุกภาคส่วน ที่พร้อมใจกันมาร่วมสร้างสรรค์กิจกรรมอันเป็นประโยชน์ยิ่งในครั้งนี้ ซึ่งสะท้อนถึงความสามัคคีและการพัฒนาเมืองโคราชอย่างยั่งยืนต่อไป.