เมื่อวันที่ 28 ก.ค.หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิตสาขาวิชา​การบริหารการค้าและการเมืองอย่างยั่งยืนในโลกยุคใหม่​ Ph.D.​TPS​และหลักสูตรการจัดการองค์การยุคใหม่​ Ph.D.MOM​ มหาวิทยาลัยเกริก​ ​โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์​ ดร.ธนชาติ​ ประทุมสวัสดิ์​ ประธานกรรมการบริหารหลักสูตร​ฯ ​ได้จัดงานปฐมนิเทศและปัจฉิมนิเทศ​ ​เมื่อวันที่ 25 ก.ค.เพื่อปลุกพลังผู้นำยุคใหม่​  ในฐานะดุษฎีบัณฑิตผู้เป็นความหวัง​ในการขับเคลื่อนและพัฒนา​ประเทศ​ชาติ

ในยามที่ประเทศไทยและโลกต้องเผชิญกับวิกฤตความท้าทายรอบด้าน ทั้งความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ การชะลอตัวทางเศรษฐกิจ และการดิสรัปชันทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว​  การขับเคลื่อนประเทศให้รอดพ้นจาก​ กับดัก​วิกฤตไม่ได้ต้องการเพียงแค่นักวิชาการ แต่ต้องการ “ผู้นำยุทธศาสตร์” ที่รู้รอบและนำการเปลี่ยนแปลงได้จริง

​ด้วยเหตุนี้ หลักสูตรบริหารการค้าและการเมืองอย่างยั่งยืนในโลกยุคใหม่ TPS.และ หลักสูตรการจัดการองค์การยุคใหม่​ MOM. จึงเดินหน้าผนึกกำลังครั้งสำคัญ ประกาศเป้าหมายยุทธศาสตร์ในการ “ผลิตดุษฎีบัณฑิตสู่สังคมและประเทศชาติ” เพื่อสร้างแม่ทัพทางปัญญาที่จะเข้ามาแก้ปัญหาระดับโครงสร้างของประเทศอย่างแท้จริง ผ่าน 4 มิติหลัก ได้แก่  1.​รอบรู้ยุทธศาสตร์การค้าสากล (Economic & Trade Vision) บ่มเพาะวิสัยทัศน์ทางเศรษฐกิจ สร้างความเข้าใจในระบบการค้าโลก ห่วงโซ่อุปทานยุคใหม่ และโอกาสทางการค้าระหว่างประเทศ เพื่อวางนโยบายเชิงรุกที่สร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทย  2. ​เหนือชั้นด้วยศิลปะการนำทางการเมือง เติมเต็มทักษะผู้นำทางการเมืองยุคใหม่ที่มีกลยุทธ์ สามารถเชื่อมประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน เพื่อขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะให้เกิดผลสัมฤทธิ์และก้าวข้ามความขัดแย้ง

ส่วน3.ยึดมั่นธรรมาภิบาล และความยั่งยืน  วางรากฐานความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีจริยธรรม ให้เป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ปัญหาคอร์รัปชัน และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ระบบการเมืองและเศรษฐกิจของชาติ และ4. ​เป็นนักบริหารจัดการองค์การ​ ที่รู้เท่าทันโลก (Modern Organization Management) สร้างทักษะการเป็นผู้นำองค์กรยุคใหม่ที่ยืดหยุ่น ปรับตัวไว อ่านเกมการเปลี่ยนแปลงออก และสามารถนำพาองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนให้ก้าวทันเทคโนโลยีและความผันผวนในอนาคต

​ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ธนชาต ปทุมสวัสดิ์ ประธาน กรรมการ บริหารหลักสูตร กล่าวว่า การพัฒนาประเทศในวันนี้ จะมองเรื่องเศรษฐกิจ การเมือง หรือการบริหารองค์กรแยกส่วนกันไม่ได้อีกต่อไป ประเทศไทยต้องการผู้นำที่มี ศาสตร์แห่งการค้า ศิลป์แห่งการเมือง และความเชี่ยวชาญในการบริหารองค์กรยุคใหม่ ดังนั้นดุษฎีบัณฑิตจากทั้งสองหลักสูตรจึงถูกวางเป้าหมายให้เป็น Change Agent หรือผู้นำการเปลี่ยนแปลง ที่มีทั้งความคิดเชิงยุทธศาสตร์และจิตสำนึกด้านธรรมาภิบาล พร้อมลงมือแก้ปัญหาจริงให้ประเทศชาติอย่างยั่งยืน

​การผนึกพลังของทั้งสองหลักสูตรในครั้งนี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการส่งมอบ “บุคลากรระดับชั้นนำ” ที่จะเป็นฟันเฟืองหลักในการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไทย ทั้งในมิติเศรษฐกิจ การเมือง และการบริหารจัดการองค์กรบนเวทีโลกต่อไป