เมื่อวันที่ 29 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย และกระทรวงสาธารณสุข แถลงความร่วมมือครั้งสำคัญในการจัด “โครงการศัลยแพทย์ออร์โธฯ อาสาผ่าตัดถวายเป็นพระราชกุศล ในวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” โดยมีกำหนดจัดงานแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในวันอังคารที่ 4 สิงหาคม 2569 เวลา 08.30–09.00 น. ณ ห้องประชุม สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข

สืบเนื่องจากปัจจุบัน ปัญหาผู้ป่วยโรคกระดูกและข้อ (ออร์โธปิดิกส์) ในโรงพยาบาลของรัฐที่มีจำนวนมาก ต้องเผชิญกับระยะเวลารอคอยการผ่าตัดที่ยาวนาน ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต เกิดภาวะเจ็บปวดเรื้อรัง และมีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหว ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย จึงร่วมกับ กระทรวงสาธารณสุข ชมรมออร์โธปิดิกส์ส่วนภูมิภาค คณะกรรมการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ สาขาออร์โธปิดิกส์ รวมถึงโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วประเทศ ดำเนินโครงการในรูปแบบ “แพทย์อาสา” ขึ้น เพื่อบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ และถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ

สำหรับการแถลงข่าวขับเคลื่อนโครงการ ได้รับเกียรติจากผู้บริหารและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญร่วมระดมพลังและให้ข้อมูลสำคัญ ได้แก่: นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข เป็นประธานเปิดโครงการและมอบนโยบายการขับเคลื่อน นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงนโยบายและการสนับสนุนของกระทรวงสาธารณสุข ศาสตราจารย์นายแพทย์กีรติ เจริญชลวานิช ประธานราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย กล่าวถึงที่มา วัตถุประสงค์ และความสำคัญของโครงการ นายแพทย์ยิ่งยง สุขเสถียร กรรมการบริหารราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย กล่าวถึงความร่วมมือระหว่างราชวิทยาลัยฯ กระทรวงสาธารณสุข และภาคีเครือข่าย นายแพทย์ณรงค์ศักดิ์ บำรุงถิ่น ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชัยภูมิ และประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ สาขาออร์โธปิดิกส์ กล่าวถึงรูปแบบโครงการ แนวทางการดำเนินงาน และการผ่าตัดพร้อมกันทั่วประเทศ

กิจกรรมไฮไลต์หลักของโครงการจะจัดขึ้นใน วันพุธที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2569 โดยบรรดาแพทย์ออร์โธปิดิกส์และบุคลากรทางการแพทย์จิตอาสาจะร่วมปฏิบัติการผ่าตัดให้แก่ผู้ป่วยออร์โธปิดิกส์ ณ โรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไปในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขพร้อมกันทั่วประเทศ

โครงการนี้นอกจากจะช่วยลดระยะเวลารอคอยและเพิ่มการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ในส่วนภูมิภาคแล้ว ยังเป็นการสร้างความร่วมมืออันเข้มแข็งในระบบสาธารณสุข เสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อวิชาชีพแพทย์ และสร้างขวัญกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ในการร่วมทำความดีเพื่อสังคมอย่างยั่งยืน



