สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 30 ก.ค. ว่า คณะผู้แทนระดับสูงของสหรัฐและเวียดนามเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ ที่กรุงฮานอยในสัปดาห์นี้ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในการต่อต้านการขนส่งสินค้าผ่านประเทศอย่างผิดกฎหมาย และการฉ้อโกงทางการค้า รวมถึงแนวทางที่ใช้ปกปิดแหล่งกำเนิดสินค้าที่แท้จริง และหลีกเลี่ยงกฎระเบียบทางการค้า


การประชุมเชิงปฏิบัติการดังกล่าวจัดโดยสำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐ (ซีบีพี) และสำนักงานศุลกากรเวียดนาม เพื่อแลกเปลี่ยนเทคนิคการสืบสวนและเพิ่มประสิทธิภาพการแบ่งปันข้อมูลระหว่างกัน หลังสหรัฐกล่าวหาเวียดนามว่า อำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าจีนผ่านประเทศเพื่อส่งต่อไปยังสหรัฐ


นางเจนนิเฟอร์ วิคส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำเวียดนาม กล่าวว่า “การฉ้อโกงทางการค้าไม่ใช่อาชญากรรมที่ไม่มีผู้เสียหาย เพราะส่งผลกระทบต่อการจ้างงานของทั้งชาวอเมริกันและชาวเวียดนาม บ่อนทำลายธุรกิจที่ดำเนินการอย่างสุจริต และคุกคามความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความมั่นคงแห่งชาติ”


ผู้เชี่ยวชาญจากซีบีพีแบ่งปันแนวปฏิบัติของสหรัฐด้านการบังคับใช้กฎระเบียบทางการค้า และการตรวจสอบกระบวนการผลิต เพื่อยกระดับความร่วมมือระหว่างซีบีพี สำนักงานศุลกากรเวียดนาม และกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของเวียดนาม


ทั้งนี้ สหรัฐประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากเวียดนามเพิ่มเติมในอัตรา 12.5% ภายใต้การสอบสวนตามมาตรา 301 ของกฎหมายการค้าฉบับปี 2517 กรณีแรงงานบังคับ โดยรัฐบาลวอชิงตันระบุว่า เวียดนามล้มเหลวในการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตจากแรงงานบังคับอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่รัฐบาลฮานอยปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว


นอกจากนี้ เวียดนามยังอยู่ระหว่างการถูกสหรัฐสอบสวน ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกำลังการผลิตส่วนเกิน และการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาด้วย.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES