น.ส.ฤทัยชนก ก่อศรีเจริญพันธ์ ผู้จัดการอาวุโส บริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล ประเทศไทย (พีแอนด์จี) ผู้จัดจำหน่ายสินค้าแพนทีน เปิดเผยว่า แม้ปีนี้เศรษฐกิจโดยรวมยังชะลอตัวและค่าครองชีพสูง แต่ในกลุ่มตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมช่วง 6 เดือนปีนี้สามารถเติบโตได้ถึง 20% จากมูลค่า 10,000 ล้านบาท เนื่องจากผู้บริโภคยุคใหม่หันมาใส่ใจการดูแลตัวเองเชิงลึกมากขึ้น และพฤติกรรมเริ่มเปลี่ยนมาซื้อขวดปั๊มไซส์ใหญ่มากกว่าขวดเล็กที่ปริมาณคุ้มค่ากว่า

“โดยเฉพาะในช่องทางร้านสะดวกซื้อที่เดิมเคยเน้นขายขวดเล็กราคา 20 บาท จะสังเกตเห็นว่าปัจจุบันต้องปรับมาวางจำหน่ายขวดปั๊มขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น สะท้อนว่าหากเห็นความคุ้มค่าในระยะยาว คนไทยก็พร้อมที่จะจ่ายเงินก้อนเพื่อแลกกับสินค้าที่ใช้ได้ยาวนานกว่า”

นอกจากนี้ ตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมยังก้าวข้ามสงครามราคาไปสู่ยุคการใช้นวัตกรรมสร้างมูลค่า โดยพบว่าผู้บริโภคยินดีจ่ายแพงขึ้น หากตอบโจทย์ปัญหาผมได้อย่างตรงจุด โดยเฉพาะเทรนด์ผมเงางามตามรอยไอดอลเกาหลีและจีน ส่งผลให้กลุ่มทรีทเม้นท์และออยล์บำรุงผมโตขึ้นถึง 250% แม้แชมพูยังครองสัดส่วนหลัก 70% แสดงให้เห็นว่าคนยอมเพิ่มขั้นตอนการดูแลผมเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

สำหรับปีนี้ แพนทีนจึงได้เปิดตัว แพนทีน วิตามิน แอมพูล ทรีทเม้นท์ช่วยให้ผมเงางามรูปแบบแคปซูลที่เป็นนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์แบบหักและบีบ ไม่ต้องใช้กรรไกรครั้งแรกเพื่อสะดวกในการพกพา ในราคาจับต้องได้ 89 บาท บรรจุ 5 แคปซูล เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าเจนแซดและคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์เร่งรีบ รองรับเทรนด์ที่เริ่มเกิดขึ้นมาในช่วง 1-2 ปีนี้ ทำให้ตลาดเติบโตขึ้นมา 2 เท่าตัว จากหลักสิบขึ้นมาเป็นหลักร้อยล้านบาท โดยสร้างการรับรู้ผ่าน ญาญ่า-อุรัสยา ที่เป็นพรีเซนเตอร์ของแบรนด์ และวง PROXIE เข้ามาช่วยสื่อสารไปยังคนรุ่นใหม่

อย่างไรก็ตาม ตลาดนี้ยังคงมีความท้าทายจากต้นทุนบรรจุภัณฑ์พลาสติกและสารทำความสะอาดที่พุ่งสูงขึ้น 20-30% ตามสถานการณ์โลก แต่บรรดาแบรนด์ใหญ่ยังคงใช้วิธีตรึงราคา เพื่อไม่ให้กระทบผู้บริโภค แล้วหันมาเพิ่มมูลค่าผ่านนวัตกรรมใหม่ๆ แทน ส่งผลให้ภาพรวมตลาดผลิตภัณฑ์เส้นผมยังคงเป็นตลาดสุดฮอตที่น่าจับตาตลอดทั้งปีนี้