นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. ได้สั่งการให้สำนักงานเขตตาม 50 เขต ปูพรมออกสำรวจอาคารเก่า ตึกเก่าในพื้นที่ว่าอาคารใดมีความเสี่ยง โดยเน้นไปที่อาคารที่มีอายุเกิน 91 ปีและอาคารที่อยู่ริมทางเดินสาธารณะ เพื่อจะได้เร่งแก้ไขซ่อมแซมให้เกิดความปลอดภัยแก่ประชาชนทั้งผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ใช้สัญจร

ทีมข่าวชุมชนเมือง เดลินิวส์ พูดคุยกับ .ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ถึงแนวทางการดูแลอาคารเก่าในกรุงเทพฯให้ปลอดภัย โดยเฉพาะการป้องกันแผ่นกันสาดปูนหล่น คอมฯแอร์ร่วงและการสังเกตด้วยตาของประชาชนหากพบเห็นจุดอันตรายแบบใดควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่รัฐให้เข้าตรวจสอบแก้ไขโดยด่วน

.ดร.อมร กล่าวว่า อาคารเก่าที่อยู่มาเป็นร้อยปีมีเยอะมากในเขตเมืองเก่าในหลายพื้นที่ของกทม. ซึ่งอาคารเก่าเหล่านี้สิ่งที่เป็นความเสี่ยง ก็คือ บริเวณกันสาดที่ยื่นออกมา เพราะผ่านมาแล้วหลายสิบปี เหล็กเสริมก็อาจจะเป็นสนิมได้ ปูนก็เสื่อมสภาพได้ รวมถึงการยึดต่อ การเชื่อมต่อกับโครงสร้างด้านในก็ไม่แข็งแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจุดต่อระหว่างตัวผนัง แผ่นปูน กับบริเวณชั้นหลังคา เป็นจุดที่จะหลุดง่ายเพราะชั้นหลังคาเป็นโครงไม้ แต่ว่าปูนเป็นคอนกรีตทำให้จุดยึดส่วนใหญ่ไม่เพียงพอ จึงกลายเป็นปัญหาขึ้นมา

ก่อนหน้านี้ตนเคยแนะนำไปยังกทม.ให้มีการจัดทำฐานข้อมูลอาคารเก่า และประกอบด้วยรายละเอียดต่างๆ ทั้งอายุของอาคารสร้างมาแล้วเท่าไหร่ ,ความเสื่อมสภาพ ทั้งจากการมองด้วยสายตา ถ่ายภาพ ถ่ายวีดีโอเก็บไว้ และ ในเชิงวิศวกรรมต้องดูลักษณะของการเชื่อมต่อว่า จุดที่เป็นส่วนยื่นมานั้นยึดเข้ากับอาคารด้านในอย่างไร ก็จะทำให้รู้รูปแบบในการยึด รู้รูปแบบของการเสื่อมสภาพ แล้วก็มาจัดอันดับว่าจุดไหนที่ควรจะต้องเร่งแก้ไขก่อน

ศ.ดร.อมร ระบุเพิ่มว่า กทม.ควรจะจัดทำแบบมาตรฐานในการปรับปรุงกันสาด และมีเจ้าหน้าที่ไปสำรวจให้ความรู้ ให้แนวทางหรือคำแนะนำให้กับเจ้าของอาคารในการปรับปรุง เพราะประชาชนเองก็ไม่รู้ว่าความผิดปกติที่เกิดขึ้นในอาคารลักษณะนี้เข้าข่ายไม่ปลอดภัยหรือไม่ เป็นอันตรายหรือไม่ ซึ่งตอนนี้ตน เห็นว่า กทม. ได้เริ่มสำรวจแล้ว

เรื่องการสำรวจอาคารเก่าไม่เพียงทำแค่ใน กทม. เนื่องจากจังหวัดอื่นก็มีเช่นเดียวกัน เรื่องนี้จึงควรจะเป็นเรื่องในระดับรัฐบาลที่จะต้องเข้ามาดูแล เพราะว่าการเสริมกำลังเหล่านี้ จะมีค่าใช้จ่าย ดังนั้นรัฐบาลควรจะมีแนวทางช่วยเหลืออย่างอื่น นอกจากเรื่องของการทำแบบมาตรฐานในการซ่อมแซม ทั้งนี้การซ่อมแซมในทางวิศวกรรมไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาคือไม่มีใครดูแลเรื่องตรงนี้ให้ชาวบ้าน ไม่มีใครไปบอกชาวบ้านว่าต้องทำอย่างไร และต้องหาแหล่งทุนให้กับชาวบ้านด้วย รัฐบาลจึงควรจะมีมาตรการรองรับ เช่น หากประชาชนมีการปรับปรุงอาคารให้แข็งแรงขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์กับนักท่องเที่ยว ชีวิตและทรัพย์สินของผู้อยู่อาศัย ก็ให้สามารถนำค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงมาลดหย่อนภาษี หรือมีมาตรการทางภาษีที่จูงใจให้ทำ ดังนั้นเราจึงต้องควรมองเป็นระบบ จึงอยากจะฝากไปถึงรัฐบาลและกทม.ด้วยที่ควรจะไปดูเรื่องนี้ให้ครบวงจร

ส่วนความตระหนักเรื่องความปลอดภัยไม่ใช่แค่ภาครัฐ แต่รวมถึงประชาชนที่อาศัยในตึกเก่าเหล่านี้ด้วยหรือไม่เพื่อไม่ให้เสี่ยงเกิดภัยสาธารณะนั้น ศ.ดร.อมร. ให้ความเห็นว่า จุดนี้ต้องเริ่มต้นจากภาครัฐ ต่อมาเป็นประชาชนที่อยู่ ณ บริเวณจุดนั้น ก็จะต้องเห็นสัญญาณเตือนภัย เช่น เกิดรอยแตกร้าว คอนกรีตถูกเหล็กที่เป็นสนิมดันออกมา ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือสัญญาณเตือนภัย ชาวบ้านอาจจะไม่รู้ว่าการยึดต่อในลักษณะนี้แข็งแรงหรือไม่ดังนั้นเจ้าหน้าที่รัฐจึงต้องเข้าไปให้คำแนะนำ

ความจริงเรามีกฎกระทรวงปี 63 ซึ่งเป็นกฎกระทรวงที่ให้อำนาจกับเจ้าพนักงานท้องถิ่น หากไปตรวจเจออาคารเก่าที่มีสภาพไม่มั่นคงแข็งแรงหรือมีสภาพเสี่ยงต่ออัคคีภัย ก็สามารถที่จะสั่งการให้เจ้าของอาคารแก้ไขได้ แต่ต้องอย่าลืมว่ากฎหมายนี้ มีความมุ่งหมายบังคับกับอาคารเก่า ซึ่งอาคารเก่าก็สร้างมาตามกฎหมายในสมัยก่อน ถ้าจะให้แก้ตามกฏหมายปัจจุบัน บางอย่างอาจจะแก้ไขไม่ได้ ดังนั้น เจ้าหน้าที่ก็ควรจะใช้ดุลพินิจในการที่จะขอให้เจ้าของอาคารปรับปรุงแก้ไขอาคารเท่าที่จำเป็น เท่าที่เน้นเรื่องของความปลอดภัย โดยบูรณาการกับผู้ตรวจสอบอาคาร หรือวิศวกรโครงสร้างในการช่วยกันเป็นผู้ตรวจสอบอาสา หรือวิศวกรอาสา ที่จะช่วยเหลือการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เพื่อให้คำแนะนำกับเจ้าของอาคารว่าควรจะต้องปรับปรุงในเชิงวิศวกรรมอย่างไร

ศ.ดร.อมร ให้คำแนะนำสำหรับประชาชนในการดูความผิดปกติของตัวอาคารที่อาจก่อให้เกิดอันตราย เพื่อจะได้แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่รัฐ คือ 1. อาคารมีเสียงดัง โดยเฉพาะถ้าแตกจะมีเสียงดังจากคอนกรีตแตก 2.มีปูนหลุดออกมาเป็นระยะๆ 3.เห็นแนวเหล็กชัดเจนเพราะความจริงแล้วเหล็กจะต้องถูกปูนหุ้มไว้แต่ถ้าเหล็กโผล่มาแสดงว่าเหล็กเป็นสนิมมาก นี่แหละคือสัญญาณเตือนภัย ที่บอกว่านั่นคืออาคารเก่าแล้วก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรที่จะเรียกเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาตรวจสอบ หรือจะเชิญสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทยเข้ามาช่วยดูได้ ทางสมาคมฯยินดีที่จะเข้าไปช่วยดูและให้คำแนะนำตามหลักวิศวกรรม.

ทีมข่าวชุมชนเมือง รายงาน