เมื่อเวลา 15.35 น. วันที่ 31 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และรมว.การต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีพล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีเมียนมา จะเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในวันที่ 6-7 ส.ค.นี้ ว่า จะเจรจากันในหลายเรื่อง ทั้งความมั่นคงชายแดน และสิ่งที่เราไม่ต้องการ คือการสู้รบที่มีความรุนแรง และทำให้ไทยได้รับผลกระทบ รวมถึงการหารือด้านการปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์ตามแนวชายแดน และการแก้ไขปัญหามลพิษในแม่น้ำ โดยจะมีการตั้งคณะทำงานร่วมกันระหว่างไทยและเมียนมาเพื่อตรวจสอบคุณภาพน้ำ หารือเรื่องการค้าชายแดน ซึ่งปัจจุบันมีการเปิดด่านแม่สอด แต่ยังติดเงื่อนไขการขออนุญาต และยังมีกฎระเบียบที่ทำให้การส่งออกและนำเข้าของไทยล่าช้าเกินไป
นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า สถานการณ์ภายในประเทศเมียนมา อยากให้เดินหน้าขบวนการสันติภาพและพูดคุย ซึ่งปัจจุบันเขาทำแล้ว ตรงไหนที่เราสามารถประสาน และอำนวยความสะดวกได้ เราก็ยินดี
“เขาก็เพิ่งมีการเลือกตั้งกันไป จะไปขอให้มีการเลือกตั้งใหม่ก็คงไม่ได้ แต่เราขอให้เขาเดินหน้ากระบวนการพูดคุยปรองดอง เพื่อให้เกิดสันติภาพที่แท้จริง พูดคุยกันบนพื้นฐานของฉันทามติทั้ง 5 ข้อว่าเมียนมาควรเปิดพื้นที่ให้กับความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมเพิ่มมากขึ้น เมียนมาควรจะพูดคุยกับคนกลุ่มน้อย และต้องสามารถยืนยันกับประชาคมโลกได้ว่า นางออง ซาน ซูจี ประธานพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) จะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี เป็นสิ่งที่เราอยากจะขอ เราแสดงการคาดหวังถึงการเดินหน้ากระบวนการสันติภาพ และกระบวนการพูดคุย” นายสีหศักดิ์ กล่าว และย้ำว่า เราจะขอให้เขาลดเรื่องความรุนแรงตามแนวชายแดน
เมื่อถามว่า จะกระทบกับภาพลักษณ์ของประเทศไทยหรือไม่ เพราะประเทศอื่นคว่ำบาตรเมียนมาและไม่ยอมรับรัฐบาลของ มิน อ่อง หล่าย นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ไม่กระทบ เรามีปัญหาชายแดน เราก็ต้องแก้ไข หากไม่พูดคุยจะแก้ไขปัญหาได้อย่างไร ต้องยอมรับว่า เขามีการเลือกตั้งไปแล้ว เขาไปจัดเลือกตั้งใหม่ก็คงไม่ได้ แต่เราขอให้เขาเดินหน้าเรื่องขบวนการสันติภาพ ปรองดอง และพูดคุยกับกลุ่มต่างๆ ประเทศไทยอยู่ตรงนี้ จะเป็นเหมือนกับอาเซียนประเทศอื่นได้อย่างไร เพราะเขาไม่ได้รับผลกระทบ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ว่า พล.อ.อาวุโสมิน อ่อง หล่าย จะหารืออย่างเป็นทางการกับนายกฯ ด้วย ในฐานะเป็นแขกบ้านแขกเมือง โดยในวันที่ 6 ส.ค.จะเป็นการหารือแบบทวิภาคี และจะมีการพูดคุยส่วนตัวกับนายมิน อ่อง หล่ายด้วย นอกจากนี้จะมีกําหนดการพบกับสภาการค้าไทย-เมียนมา ที่มีทั้งภาคเอกชนและภาคธุรกิจ มาพูดคุยกรอบด้านเศรษฐกิจ เพราะจะต้องขับเคลื่อนไปด้วยกัน
เมื่อถามว่า ปัญหาสารพิษในแม่น้ำ จะกลายเป็นผลกระทบต่อเศรษฐกิจในพื้นที่ท่องเที่ยวหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ก็ต้องพูดคุยกัน ว่าเราเป็นเพื่อนบ้าน จะต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันและสนับสนุนเกื้อกูลกัน ถ้าประเทศใดประเทศหนึ่งมีความเดือดร้อน จากการกระทําหรือผลพวงจากประเทศหนึ่ง เราก็ต้องช่วยกันแก้ไข ซึ่งตนเชื่อว่าทางเมียนมาก็คงมีประเด็นที่จะร้องขอเรา และให้เราช่วยแก้ไขบ้าง เราก็ต้องมานั่งหารือกัน เพราะความสัมพันธ์พื้นฐานมันดีอยู่แล้ว เราต้องการเป็นเพื่อนกับทุกประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศเพื่อนบ้าน



