เมื่อวันที่ 31 ก.ค.นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ  เปิดเผยภายหลังการประชุมความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงแรงงานว่า ทั้งสองกระทรวงได้หารือแนวทางบูรณาการการทำงานในหลายประเด็นสำคัญ เพื่อเชื่อมโยงระบบการศึกษาเข้าสู่ตลาดแรงงาน และยกระดับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ

หนึ่งในประเด็นสำคัญคือ การแก้ไขข้อจำกัดเกี่ยวกับใบอนุญาตทำงานของครูชาวต่างชาติ ซึ่งที่ผ่านมาได้รับข้อร้องเรียนจากครูต่างชาติที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทย โดยกระทรวงแรงงานได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาในส่วนที่เกี่ยวข้องแล้ว ขณะเดียวกันยังได้หารือถึงกองทุนสงเคราะห์ครูต่างชาติ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการจะพิจารณารายละเอียดเพิ่มเติมต่อไป

รมว.ศธ.กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ ทั้งสองกระทรวงยังเห็นพ้องในการเชื่อมโยงการพัฒนาทักษะอาชีพระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กับกระทรวงแรงงาน เนื่องจากอาชีวศึกษาเป็นกลไกสำคัญในการผลิตกำลังคนเข้าสู่ตลาดแรงงาน จึงจำเป็นต้องร่วมกันพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม รวมถึงผลักดันการจัดทำระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) เพื่อรองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิต

“ที่ประชุมยังได้หารือแนวทางป้องกันปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา โดยจะเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างสองกระทรวง เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนที่อยู่ในช่วงรอยต่อของการศึกษา สามารถมีงานทำ มีรายได้ และยังคงได้รับวุฒิการศึกษาไปพร้อมกัน โดยเฉพาะการดูแลกลุ่มแรงงานอายุ 15 ปี และผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ผ่านการจัดทำฐานข้อมูลร่วมและระบบติดตามที่มีประสิทธิภาพ” นายประเสริฐ กล่าว 

ด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศ โดยกระทรวงศึกษาธิการทำหน้าที่วางรากฐานด้านการศึกษาและพัฒนาทักษะตั้งแต่วัยเยาว์ ก่อนส่งต่อเข้าสู่ตลาดแรงงาน ซึ่งจำเป็นต้องมีการประสานงานอย่างเป็นระบบ  ซึ่งที่ประชุมได้กำหนดแนวทางการดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาในหลายด้าน โดยเฉพาะการพัฒนาระบบเครดิตแบงก์ ซึ่งจะรวบรวมข้อมูลทักษะ ความรู้ และสมรรถนะที่ผู้เรียนสะสมไว้ตลอดเส้นทางการศึกษา อย่างไรก็ตาม ระบบดังกล่าวไม่ควรสิ้นสุดเพียงในภาคการศึกษา แต่ต้องเชื่อมโยงต่อไปยังฐานข้อมูลของกระทรวงแรงงาน เพื่อใช้ประกอบการจัดหางานและการพัฒนาศักยภาพแรงงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานจะนำข้อมูลทักษะของแรงงานมาปรับปรุงและอัปเดตอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถประเมินศักยภาพของแรงงานในแต่ละสาขาอาชีพ และวางแผนการพัฒนาทักษะให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานในอนาคต อันจะเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของกำลังคนไทยในระยะยาว