ฤดูหนาวมีหิมะสำหรับกีฬาที่เล่นบนภูเขาสูง ยามที่อากาศอุ่นขึ้นก็เหมาะสำหรับการเดินป่า ปั่นจักรยาน เพราะความที่ถูกขนาบข้างด้วยทะเลทั้งสองฝั่ง คือทะเลญี่ปุ่นและมหาสมุทรแปซิฟิก ทั้งยังมีภูเขา หุบเขา ทะเลสาบ และชายฝั่งมากมาย ทำให้ที่นี่ “อาโอโมริ” มีตัวเลือกกิจกรรมนันทนาการตลอดทั้งปี

เช่นเดียวกับจังหวัดในชนบทอีกหลายแห่งของญี่ปุ่น อาโอโมริมีชื่อเสียงในด้านงานเทศกาล และเทศกาลที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่อลังการทุกปีก็คือ “อาโอโมริ เนบุตะ” ขบวนแห่โคมเรืองแสงขนาดมหึมารูปทรงต่าง ๆ ซึ่งทำจากกระดาษวะชิ ผ้าไหม และโครงไม้ไปตามถนน ที่มาพร้อมกับการร้องรำทำเพลงรวมถึงการเต้นระบำสร้างบรรยากาศสนุกสนานให้กับผู้มารอชม นักท่องเที่ยวที่อยากร่วมสนุกมากกว่าการรอชม สามารถเข้าร่วมเต้นระบำได้แต่จะต้องซื้อและใส่ชุดเต้นระบำฮาเนโตะพื้นเมืองมาด้วย

เทศกาลเนบูตะอาโอโมริถือเป็นสัญลักษณ์ของฤดูร้อน ที่เติมเต็มแต่งแต้มสีสันให้เมืองด้วยขบวนแห่เนบูตะขนาดใหญ่ตระการตา ซึ่งจะเคลื่อนผ่านถนนยามค่ำคืน พร้อมด้วยเสียงดนตรีฮายาชิและบทเพลงฮาเนโตะ

เมื่อเทศกาลผ่านพ้นไป ขบวนแห่ประดับไฟที่ใช้ในเทศกาลเนบูตะจะถูกนำมาจัดแสดงไว้ที่ “พิพิธภัณฑ์เนบุตะ วะ-รัสเซะ” (Nebuta Museum Wa-Rasse) เป็นนิทรรศการของเมืองซึ่งจัดแสดงตลอดทั้งปี เข้าไปแล้วนอกจากจะได้ชมความสวยงามของโคมแบบใกล้ชิดแล้ว ยังได้ได้เรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ของเทศกาลด้วย และหากมาจังหวะดีในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ก็อาจจะได้ชมระบำฮาเนโตะท้องถิ่น

เข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ช่วงเวลาที่ใบไม้ค่อย ๆ เปลี่ยนสีนั้น เป็นช่วงเวลาที่ความงามตามธรรมชาติของอาโอโมริโดดเด่นที่สุด บริเวณรอบ ๆ หุบเขาโออิราเสะและทะเลสาบโทวาดะ ต้นไม้จะพากันเปลี่ยนสีสันจากเขียวเป็นเหลือง แดง ส้ม

“โออิราเสะ” เป็นหนึ่งในหุบเขาแม่น้ำที่สวยงามที่สุดในญี่ปุ่น มีสายน้ำที่ไหลเชี่ยวทอดยาวกว่า 14 กิโลเมตรจากทะเลสาบโทวาดะที่เงียบสงบ ซึ่งจะสวยที่สุดในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ทั้งยังมีน้ำตกมากมายและป่าไม้หนาทึบ ตั้งแต่เดือนตุลาคม ใบของต้นไม้จะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงและเหลืองสดใส เพิ่มสีสันให้กับสีเขียวสดใสของมอสบนโขดหิน ทำให้เกิดภาพที่งดงามตระการตา สีสันของฤดูใบไม้ร่วงจะสวยงามที่สุดในทุกปีประมาณปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน สามารถเดินป่ารอบหุบเขาได้ตามเส้นทางเดินป่า หรือหากไม่ชอบเดินมีจัดรยานให้เช่าปั่นเที่ยวชม จักรยานธรรมดา 4 ชั่วโมง 1,000 เยน จักรยานไฟฟ้า 2,000 เยน

ส่วน “ทะเลสาบโทวาดะ” ในฤดูใบไม้ร่วงงดงามตระการตาด้วยใบไม้สีเหลืองของต้นบีชและสีแดงของต้นเมเปิลญี่ปุ่น ที่มาพร้อมภาพทิวทัศน์ที่สะท้อนเงาของภูเขาในผืนน้ำของทะเลสาบ การชมใบไม้เปลี่ยนสีจากบนเรือนำเที่ยวเป็นอีกวิธีการชมความงดงาม ซึ่งมีทิวทัศน์อันงดงามที่สามารถสัมผัสได้เฉพาะบนเรือเท่านั้น ช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดคือช่วงกลางถึงปลายเดือนตุลาคม แต่การล่องเรือนั้นสามารถเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ที่แตกต่างกันของทะเลสาบได้ตลอดทั้งปี

ต่อเนื่องไปสู่ฤดูหนาวทิวทัศน์ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ สร้างทัศนียภาพที่สวยงามและโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ความพิเศษไม่ได้อยู่แค่เพียงกีฬาฤดูหนาวที่เวียนกลับมาอีกครั้ง แต่ยังรวมถึงการแช่น้ำพุร้อนท่ามกลางหิมะขาว เป็นอีกประสบการณ์ฤดูหนาวสุดพิเศษ ผ่อนคลายไปพร้อมกับการชมทิวทัศน์หิมะและรูปปั้นเนบูตะลอยอยู่บนสระน้ำ ที่บ่อน้ำกลางแจ้ง “เนบุริ นางาชิ โทโร ในอาโอโมริยะ” ซึ่งประดับประดาด้วยโคมไฟ

เลยไปถึงฤดูใบไม้ผลิเมื่อหิมะเริ่มละลายหายไป แทนที่ด้วยดอกไม้ที่บานสะพรั่งนำสีสันมาสู่ภูมิภาค “สวนฮิโรซากิ” จุดชมซากุระที่มีชื่อเสียง มีต้นซากุระประมาณ 2,600 ต้น มีอุโมงค์ซากุระและการประดับไฟในยามค่ำคืน นักท่องเที่ยวยังสามารถเพลิดเพลินกับฮานาอิกาดะ หรือ “แพดอกไม้” เมื่อกลีบดอกไม้ที่ร่วงหล่นปกคลุมคูน้ำด้านนอก

ไม่ใช่เพียงแค่ธรรมชาติเท่านั้นแต่อาโอโมริยังมีอาหารเลิศรสให้เลือกทานตลอดทั้งปี ความที่ล้อมรอบด้วยมหาสมุทรที่นี่จึงขึ้นชื่อเรื่องอาหารทะเลสดใหม่ ทั้งยังเป็นผู้ผลิตแอปเปิ้ลอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น โดยมีแอปเปิ้ลให้เลือกทานสด น้ำผลไม้ ขนมหวาน และไซเดอร์ วัฒนธรรมอาหารของที่นี่มีรากฐานมาจากสูตรอาหารประจำภูมิภาค เช่น “เซ็นเบจิรุ” ขนมกรอบตุ๋นในหม้อไฟ, “ไคยากิมิโซะ” มิโซะและไข่ตุ๋นในเปลือกหอยเชลล์ และ “อิกะเมนจิ” หนวดปลาหมึกและผักทอด

อย่าลืมลองทาน น็อกเกะดง (Nokkedon) ข้าวหน้าปลาดิบสไตล์ DIY ที่ให้เดินเลือกซื้อและตักเครื่องเคียงโปะหน้าข้าวเองได้ตามใจชอบ ต้นกำเนิดอยู่ที่ ตลาดปลาฟุรุคาวะ (Aomori Gyosai Center) ศูนย์ปลาและผักเมืองอาโอโมริ

วิธีฟินกับข้าวหน้าด้งสูตรเฉพาะของตัวเอง เริ่มด้วยซื้อตั๋วที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์หรือร้านค้าที่ร่วมรายการ แล้วไปที่ร้านที่มีธงสีส้มและรับข้าวหนึ่งชามโดยใช้ตั๋วที่ได้มา จากนั้นเลือกเครื่องเคียงและทำข้าวหน้าด้งของคุณเองด้วยส่วนผสมและปริมาณที่ต้องการ มีซาซิมิ เนื้อสัตว์ และเครื่องเคียงให้เลือกมากมาย ได้ครบตามที่ต้องการแล้วก็ได้เวลาเพลิดเพลินกับข้าวหน้าด้งของคุณได้ที่ที่นั่งที่ตลาดจัดไว้ บอกเลยว่าที่นี่ไม่มีบริการซื้อกลับบ้านหรือจัดส่ง ต้องมาเลือกมาฟินถึงที่ตลาดเท่านั้น

หรือจะไปที่ โรงบ่มเหล้าสาเกฮาจิโนเฮะ เพื่อสำรวจกระบวนการผลิตสาเกและลิ้มลองรสชาติของเหล้าท้องถิ่น ชมงานศิลปะจากแก้วทำมือที่ สึการุวิโดร (Tsugaru Vidro) หนึ่งใน 3 โรงเป่าแก้วเก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น ชื่อมาจากคำภาษาโปรตุเกสที่แปลว่า “แก้ว” จากเครื่องแก้วที่เป็นอุปกรณ์การประมงมาสู่เครื่องแก้วสีสันสดใด หลังจากความต้องการใช้แก้วในอุตสาหกรรมประมงลดลง และจึงได้นำเทคนิคการเป่าแก้วมาใช้กับของใช้ในชีวิตประจำวัน โดยได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติและฤดูกาลทั้งสี่

หากยังมีเวลาไปชมการทอผ้าแบบดั้งเดิมที่คิดค้นโดยชาวนัมบุ “นัมบุ ซากิโอริ” การอนุรักษ์ผ้าซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีค่า โดยนำเศษผ้าเก่าและกิโมโนที่ชำรุดมาฉีกเป็นเส้นเล็กๆ แล้วนำมาใช้เป็นเส้นด้ายพุ่ง (ตามขวาง) ในการทอ ส่วนเส้นด้ายฝ้ายสี่สีจะใช้เป็นเส้นด้ายยืน (ตามแนวตั้ง) ทำให้ได้ผ้าที่มีสีสันสวยงามและให้ความรู้สึกอบอุ่น ปัจจุบันเทคนิคนี้ถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น กระเป๋าถือ กระเป๋าใส่ของ และรองเท้าแตะ

อยากได้ของฝากที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร เครื่องไม้ “บุนาโกะ” คือหนึ่งในนั้น ทำจากไม้บีชที่เคยถูกมองว่าไม่เหมาะกับงานไม้ แม้จะมีความยืดหยุ่นและแข็งแรง แต่ช่างก็ได้พัฒนาโดยการตัดไม้เป็นแผ่นบาง ๆ เพียงหนึ่งมิลลิเมตร จากนั้นจึงค่อย ๆ ม้วนและดัดเป็นรูปทรงต่าง ๆ เทคนิคนี้ช่วยลดการแตกร้าวและการบิดเบี้ยว ในขณะเดียวกันก็ดึงเอาความสวยงามของเนื้อไม้บีชออกมาได้อย่างเต็มที่

ที่พักแนะนำในอาโอโมริ โฮชิโน รีสอร์ทมีที่พักที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์และรูปแบบการเดินทางที่หลากหลาย  จะเป็น อาโอโมริยะ ในเมืองมิซาวะ โรงแรมบ่อน้ำพุร้อนในธีม “โนเรโซเระ” ภาษาถิ่นอาโอโมริ แปลว่า ‘เต็มที่’  ดื่มด่ำกับวัฒนธรรมท้องถิ่น เทศกาล และภาษาถิ่น ที่มีกิจกรรมเปลี่ยนไปตามฤดูกาลท่ามกลางธรรมชาติ

ที่เมืองโทวาดะ โรงแรมโออิราเสะ เคียริว โรงแรมรีสอร์ทแห่งเดียวริมช่องเขาโออิราเสะแห่งนี้ มาพร้อมอ่างอาบน้ำกลางแจ้งที่มองเห็นลำธารบนภูเขา ล็อบบี้ตกแต่งด้วยเตาผิงฝีมือ ทาโร่ โอคาโมโตะ สร้างบรรยากาศอบอุ่นและผ่อนคลาย ภายใต้แนวคิด “ชีวิตช้า ๆ ริมลำธารบนภูเขา” การพักผ่อนที่ช่วยฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ

หรือจะไปพัก ไค สึการุ เรียวกังออนเซ็นในเขตสึการุที่สะท้อนวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างแท้จริง สามารถผ่อนคลายในน้ำแร่โบราณของโอวานิออนเซ็นได้ที่บ่อน้ำพุร้อนกลางแจ้งคามาคุระ จากนั้นไปคลายร้อนที่สวนน้ำสี่ฤดูสึการุ ซึ่งสะท้อนความงามตามฤดูกาล เพลิดเพลินกับปลาทูน่าโอมากับสาเกท้องถิ่น และช่วงเย็นของแต่ละวันจะได้ฟังการแสดงดนตรีชามิเซ็นสดของสึการุ