สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ว่าคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ซึ่งเป็นฝ่ายบริหารของสหภาพยุโรป (อียู) ตั้งข้อกล่าวหาต่อ “เทมู” แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสัญชาติจีน ฐานไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ ระหว่างการตรวจค้นสำนักงานใหญ่ประจำยุโรปของเทมู ซึ่งตั้งอยู่ที่กรุงดับลิน เมืองหลวงของไอร์แลนด์ เมื่อเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว
การตรวจค้นดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนตามกฎหมายว่าด้วยเงินอุดหนุนจากต่างประเทศของอียู เพื่อพิจารณาว่าเทมู ซึ่งเป็นบริษัทในเครือพีดีดี โฮลดิงส์ ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลจีน ซึ่งอาจสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างไม่เป็นธรรมหรือไม่
อีซีระบุในแถลงการณ์ว่า เทมูไม่ปฏิบัติตามคำร้องขอข้อมูลหลายรายการ เกี่ยวกับการบริหารกิจการในอียู ตลอดจนเครื่องมือและระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่บริษัทใช้ในการดำเนินงาน
The European Union on Friday accused Temu of failing to hand over information during an inspection as part of a probe into the Chinese-owned online retailer. #EuropeNews https://t.co/AIqEBYNZID
— euronews (@euronews) July 31, 2026
นอกจากนี้ เทมูยังถูกขอให้จัดส่งเอกสารและบันทึกข้อมูลบางส่วนเกี่ยวกับกิจกรรมทางธุรกิจในตลาดยุโรป แต่ไม่ดำเนินการตามคำร้องขอทั้งหมด หากมีความผิดจริง เทมูอาจถูกปรับสูงสุดคิดเป็น 1% ของรายได้รวมต่อปีของบริษัท
ขณะที่เทมูออกแถลงการณ์ปฏิเสธข้อกล่าวหา พร้อมยืนยันว่าให้ความร่วมมือกับอีซีอย่างเต็มที่ และจะปฏิบัติตามคำร้องขอทั้งหมดระหว่างการตรวจสอบ โดยบริษัทปฏิเสธว่า ได้รับเงินอุดหนุนจากต่างประเทศเพื่อนำมาใช้บิดเบือนการแข่งขัน และยืนยันว่า มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเพียงพอสำหรับสนับสนุนธุรกิจในตลาดยุโรป และไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเงินอุดหนุนจากรัฐบาลต่างประเทศ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้น ขณะที่อียูเพิ่มมาตรการสกัดการไหลเข้าของสินค้าราคาถูกจากจีนผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เช่น เทมู ชีอิน และอาลีเอ็กซ์เพรส ซึ่งตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. ที่ผ่านมา อียูเริ่มเรียกเก็บค่าธรรมเนียม 3 ยูโร (ราว 116.05 บาท) สำหรับพัสดุขนาดเล็กจากจีน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้รับยกเว้นภาษีศุลกากร
อนึ่ง อีซีเคยปรับเทมูเป็นเงิน 200 ล้านยูโร (ราว 7,736.40 ล้านบาท) เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ฐานดำเนินมาตรการไม่เพียงพอ ในการป้องกันการจำหน่ายสินค้าผิดกฎหมายบนแพลตฟอร์ม.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



