เมื่อวันที่ 2 ส.ค. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมงานปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ ประจำปีการศึกษา 2569 ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ภายใต้แนวคิด “Thammasat: Where We Are Irreplaceable ที่ที่เรา…ไม่อาจถูกแทนได้” โดยมีเฟรชชี่กว่า 3,500 คนร่วมงาน
โดยนายยศชนัน กล่าวตอนหนึ่งถึงคุณค่าของความเท่าเทียมในรั้วเหลืองแดง ว่า เรื่องของความที่ทุกคนเท่ากัน ตนคิดว่าที่นี่คือที่ที่ดีที่สุด และทุกครั้งที่เรารู้สึกว่าเราไปไกลแล้ว เราก็จะกลับมานึกถึงวันที่เราอยู่ที่ธรรมศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นใคร เราดูแลในระนาบเดียวกันทั้งหมด จากนั้นได้พาผู้ฟังย้อนกลับไปสำรวจบทเรียนชีวิตของตนเอง ตั้งแต่ความกลัว ความล้มเหลว ไปจนถึงการปรับตัวเพื่อความอยู่รอด โดยชี้ให้เห็นว่าการมีชีวิตที่มีความหมาย คือการต้องรู้จักปรับตัวให้ทันโลก

“ก่อนที่จะเรียน ระหว่างเรียนพี่ขออย่างเดียวเลย คือ ชีวิตนี้ต้องไม่สูญพันธุ์ เพราะเรามีความรู้สึกว่า การที่เราจะเป็นคนที่มีความหมายอยู่ เราต้องสามารถที่จะอยู่ในโลกนี้ได้ ไม่ใช่แค่ที่ธรรมศาสตร์อย่างเดียว แต่จบออกไปแล้วชีวิตเราจะเป็นยังไงบ้าง” นายยศชนัน กล่าว
นายยศชนัน เล่าถึงจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตช่วงเรียนจบวิศวกรรมไฟฟ้า ปี 2001 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Motorola ที่ครอบครัวเคยขายโทรศัพท์ให้และเป็นแรงบันดาลใจในการเรียนสายนี้ เริ่มทยอยปิดกิจการ จากที่เคยคิดว่าชีวิตนี้น่าจะสบายทั้งชีวิตแล้ว ไม่น่ามีความเสี่ยง กลับกลายเป็นความเคว้งคว้างจนกระทั่งได้รับคำแนะนำให้ก้าวออกจากกรอบเดิมๆ

“มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งได้แนะนำหนังสือให้พี่อ่าน พออ่านปุ๊บ เขาบอกว่าเทรนด์สุขภาพกำลังมา พี่ก็นึกในใจเรียนวิศวะเต็มที่เลย ผิดทางเต็มข้อเลยคราวนี้ แถมไม่พอประโยคหลังต้องเรียนรู้และต้องเปลี่ยนให้ทัน ไม่เช่นนั้น จะเป็นคนที่วันนี้จะถูกบดขยี้ พี่ก็เอายังไงดีมาผิดลำไม่พอ ถ้าไม่เปลี่ยนโดนบดขยี้อีก” นายยศชนัน กล่าว
นายยศชนัน กล่าวอีกว่า แต่วิกฤตินั้นกลับเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้เกิดการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ตนได้ตัดสินใจนำองค์ความรู้เดิมมาต่อยอด พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสในการสร้างประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์

“พี่เปลี่ยนจากเรื่องสัญญาณวิทยุที่มีสมมุติฐานเดียวกัน เป็นสัญญาณที่ออกมาจากสมอง เพื่อช่วยให้ผู้พิการเขาสามารถจะกลับมาเคลื่อนที่ได้อีกครั้งหนึ่ง เป็นสิ่งที่เราพยายามจะใช้สิ่งที่เราเรียนมาให้เกิดประโยชน์สูงสุด และขณะเดียวกันก็ต้องเปลี่ยนให้เหมาะกับโลกและการเปลี่ยนแปลง” นายยศชนัน กล่าว
ทั้งนี้ นายยศชนัน ได้สะท้อนผ่านกรณีของประเทศสิงคโปร์ที่ใช้เวลาเพียง 50 ปีในการสร้างชาติด่วนการลงทุนใน “ทรัพยากรมนุษย์” ซึ่งคือผู้คน พร้อมย้ำเตือนให้นักศึกษาละทิ้งอีโก้ และเปิดรับการเรียนรู้ตลอดชีวิต ทัศนคติของผู้ชนะ อาจไม่ได้ช่วยเราอีกแล้ว หากเรามีอีโก้อยู่ วันนี้ก็ไม่สามารถที่จะประสบความสำเร็จได้ ความรู้สึกของผู้ท้าชิงตลอดเวลา ความกระตือรือร้นที่จะบุกเบิกในสิ่งใหม่ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญ แต่ที่สำคัญที่สุดคือวันนี้ อย่าหยุดที่จะทำ อย่าหยุดที่จะคิด อย่าหยุดที่จะเรียน การเรียนรู้ไม่ได้มีแค่ 4 ปี การเรียนรู้คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นตลอดชีวิต

“วันนี้พี่มั่นใจมาก ว่า ทุกคนจะมีความหมาย ไม่ใช่ความหมายในตัวเอง แต่เป็นความหวังของประเทศไทย ความหมายของประเทศของเรา ทุกคนหาความหมายของตัวเองเจอหรือยังครับ” นายยศชนัน กล่าว



