เมื่อวันที่ 2 ส.ค. น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ และบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) สั่งการหน่วยงานด้านการสื่อสารของรัฐ รับมือสถานการณ์ข้อมูลข่าวสารจากคดีสังหารสองพี่น้องชาวรัสเซียและคดีต่อเนื่องซึ่งมีผู้เสียชีวิตรวม 5 ราย ในพื้นที่ จ.ชลบุรี โดยผู้ต้องหาก่อเหตุ 2 คดีในเวลาห่างกันไม่ถึง 1 เดือน หลังเพิ่งพ้นโทษ ทำให้สังคมทั้งในและต่างประเทศติดตามคดีอย่างใกล้ชิด กระทบความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยและภาพลักษณ์ของประเทศ

ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุด้วยตนเอง และแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสีย พร้อมขอโทษนักท่องเที่ยวและประชาชนชาวรัสเซีย โดยย้ำว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการกระทำของอาชญากรเฉพาะราย ไม่ใช่ภาพสะท้อนว่าประเทศไทยขาดความปลอดภัยโดยรวม พร้อมประกาศจุดยืนไม่สนับสนุนการลดโทษผู้กระทำผิดคดีอุกฉกรรจ์ สั่งทบทวนมาตรการบังคับใช้กฎหมายกรณีผู้พ้นโทษกลับมาก่อเหตุซ้ำ และยืนยันว่า ประเทศไทยยังคงมีโทษประหารชีวิตตามกฎหมาย โดยการลงโทษเป็นดุลพินิจของศาล ตนจึงสานต่อข้อสั่งการในมิติการสื่อสารของรัฐบาล ซึ่งเป็นงานในความรับผิดชอบโดยตรง เพื่อให้ข้อเท็จจริงถึงประชาชน และสายตาต่างชาติ ควบคู่กับการปกป้องครอบครัวผู้สูญเสียจากข้อมูลเท็จ และเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม

น.ส.ศุภมาส กล่าวถึงข้อสั่งการเร่งด่วนที่มีไปยังกรมประชาสัมพันธ์ และ อสมท โดยสั่งให้มีการเผยแพร่ข้อเท็จจริงผ่านช่องทางหลัก ได้แก่ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ช่อง 9 MCOT HD สำนักข่าวไทย และช่องทางภาคภาษาต่างประเทศ เพื่อให้ประชาชน ชาวต่างชาติ และนักท่องเที่ยว รับทราบข้อมูลอย่างทันท่วงทีว่าเจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้ต้องหาแล้วโดยใช้เวลาภายในไม่กี่วัน และคดีเดินหน้าอย่างเต็มกำลัง รัฐบาลไทยกำลังยกระดับมาตรการป้องกันเหตุซ้ำ พร้อมทั้งให้มีการรายงานความคืบหน้าตามหลักจริยธรรมสื่อมวลชน ไม่นำเสนอภาพความรุนแรง หรือเนื้อหาที่ละเมิดศักดิ์ศรีผู้เสียชีวิตและครอบครัว ทั้งนี้ได้สั่งการให้ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ สำนักข่าวไทย ตรวจสอบข่าวปลอมและข้อมูลบิดเบือนเกี่ยวกับคดีที่แพร่กระจายบนโลกออนไลน์ เพื่อเร่งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สังคม

น.ส.ศุภมาส กล่าวอีกว่า ตนติดตามคดีนี้มาตั้งแต่วันแรก และเข้าใจความรู้สึกของประชาชนที่โกรธ ทั้งจากความสูญเสียที่เกิดขึ้น และจากกรณีผู้ต้องหาเคยต้องโทษแล้ว กลับมาก่อเหตุซ้ำจนมีผู้เสียชีวิตถึง 5 ราย

“ดิฉันเสียใจ และโกรธไม่ต่างจากพี่น้องประชาชน คนที่ทำต้องได้รับโทษหนักที่สุดตามที่กฎหมายกำหนด ดิฉันสนับสนุนจุดยืนของนายกฯ ที่ไม่สนับสนุนการลดโทษคดีอุกฉกรรจ์ และการทบทวนมาตรการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ก่อเหตุซ้ำ เสียงเรียกร้องของประชาชนวันนี้ รัฐบาลได้ยินและกำลังลงมือทำ” น.ส.ศุภมาส กล่าว

น.ส.ศุภมาส กล่าวอีกว่า สิ่งที่ตนขอจากสังคมคือ อย่าให้พื้นที่กับคนร้าย อย่าแชร์ภาพความรุนแรงหรือคำพูดของผู้ก่อเหตุจนกลบเสียงของผู้สูญเสีย ขอให้ส่งแรงใจไปที่ครอบครัวผู้เสียชีวิต และติดตามข้อมูลจากแหล่งทางการ หากพบข่าวปลอมหรือข้อมูลที่ไม่แน่ใจเกี่ยวกับคดี ส่งให้ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ สำนักข่าวไทย ตรวจสอบได้ทันที