ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักงานแขวงทางหลวงศรีสะเกษที่ 1 อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ดร.สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ลงพื้นที่ตรวจราชการและติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาโครงข่ายคมนาคม โดยมี นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผวจ.ศรีสะเกษ พร้อมด้วย นายธาตรี สิริรุ่งวนิช รอง ผวจ.ศรีสะเกษ นายปิยะพันธ์ เกิดมงคล ผอ.สำนักงานทางหลวงที่ 9 (อุบลราชธานี) นายปฐมพงศ์ เสนาใหญ่  ผอ.แขวงทางหลวงศรีสะเกษ ที่ 1 นายศรุต รุ่งโรจน์นิมิตชัย ผอ.แขวงทางหลวงชนบทศรีสะเกษ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย หัวหน้าส่วนราชการ และภาคเอกชน ให้การต้อนรับ

ดร.สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม กล่าวว่า สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ในปัจจุบันได้ส่งผลให้ด่านบางแห่งต้องปิดชั่วคราว แต่เมื่อสถานการณ์คลี่คลายลง จ.ศรีสะเกษ และจ.อุบลราชธานี จะกลับมาเป็นศูนย์กลางการค้าและการคมนาคมชายแดนที่สำคัญอีกครั้ง จึงต้องเร่งเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งถนน สะพาน ระบบขนส่ง และโลจิสติกส์ เพื่อรองรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยวในอนาคต  

จึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดทำงานเชิงรุก สำรวจและป้องกันปัญหาล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน พร้อมเตรียมบุคลากรและเครื่องจักรให้สามารถช่วยเหลือประชาชนได้ตลอด 24 ชั่วโมง และยึดหลักความโปร่งใส ซื่อสัตย์ เพื่อให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

ด้าน นายศรุต รุ่งโรจน์นิมิตชัย ผอ.แขวงทางหลวงชนบทศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ปัจจุบัน แขวงทางหลวงชนบทศรีสะเกษ ดูแลโครงข่ายถนนรวม 88 สายทาง ระยะทางกว่า 1,199 กิโลเมตร ครอบคลุมทั้ง 22 อำเภอ โดยปีงบประมาณ 2569 ดำเนินโครงการพัฒนารวม 69 โครงการ วงเงินกว่า 433 ล้านบาท และเตรียมดำเนินโครงการในปี 2570 อีก 46 โครงการ วงเงินกว่า 605 ล้านบาท พร้อมผลักดันโครงการขนาดใหญ่ในปี 2571 วงเงินรวมกว่า 871 ล้านบาท รวมถึงโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำมูล และการยกระดับมาตรฐานถนนสายสำคัญ เพื่อเชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจ ลดระยะเวลาเดินทาง และเพิ่มความปลอดภัยให้ประชาชน.