สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 3 ส.ค. ว่า มีรายงานว่า พรรคคอมมิวนิสต์จีนเริ่มจัดการพบปะหารือแบบปิดประจำปี ที่เมืองตากอากาศเป่ยไต้เหอ ในมณฑลเหอเป่ย์ ทางตอนเหนือของจีน ซึ่งเป็นกิจกรรมไม่เป็นทางการที่มักถูกจับตาถึงความเคลื่อนไหวทางอำนาจของบรรดาผู้นำระดับสูง


การพบปะครั้งนี้เกิดขึ้นก่อนการประชุมสำคัญของพรรคในเดือน ต.ค. นี้ ซึ่งจะมุ่งหารือเรื่องการบริหารจัดการภายในพรรคและแนวทางการกำกับดูแลสมาชิก


แม้รัฐบาลจีนไม่เคยยืนยันอย่างเป็นทางการว่าการประชุมดังกล่าวเกิดขึ้น แต่การที่นายไช่ ฉี หัวหน้าคณะทำงานและคนสนิทของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน พบปะนักวิชาการที่เป่ยไต้เหอ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ได้รับการวิเคราะห์ ว่าเป็นสัญญาณว่าการหารือช่วงฤดูร้อนอาจเริ่มต้นขึ้นแล้ว


ในอดีต การพบปะที่เป่ยไต้เหอเปิดโอกาสให้ผู้นำที่ดำรงตำแหน่งและอดีตผู้นำหารืออย่างไม่เป็นทางการ รวมถึงต่อรองเรื่องนโยบายและการจัดวางบุคลากร แต่ปัจจุบันขอบเขตการต่อรองลดลงอย่างมาก เนื่องจากอำนาจทางการเมืองถูกรวมศูนย์อยู่ที่พรรคและสีมากขึ้น


แม้พรรคคอมมิวนิสต์จีนเลิกจัดประชุมทำงานช่วงฤดูร้อนอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 2546 แต่สื่อของทางการยังคงรายงานว่า ผู้นำระดับสูงทั้งในและนอกรัฐบาล เดินทางไปพักผ่อนที่เป่ยไต้เหอ เพื่อพบปะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างไม่เป็นทางการ


พื้นที่ดังกล่าวมักถูกเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในช่วงฤดูร้อน พร้อมจำกัดการเดินทางและการใช้ยานพาหนะบางประเภท ขณะที่การลดลงของข่าวเกี่ยวกับผู้นำระดับสูงในช่วงเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ล่าสุด ยิ่งทำให้เกิดกระแสคาดเดาเกี่ยวกับการเมืองภายในพรรค


อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า ยังมีหลักฐานเพียงเล็กน้อยที่บ่งชี้ถึงความขัดแย้งภายในพรรคหรือความท้าทายต่ออำนาจของสี โดยประเด็นสำคัญที่น่าจะอยู่ในวาระหารือ ได้แก่ การเตรียมประชุมใหญ่ในเดือน ต.ค. การควบคุมวินัยภายในพรรค การบริหารบุคลากร และแรงกดดันทางเศรษฐกิจภายในประเทศ


นอกจากนี้ การพบปะที่เป่ยไต้เหอ อาจเป็นโอกาสให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงประเมินและปรับแนวนโยบายให้สอดคล้องกับทิศทางของผู้นำจีน ก่อนการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคครั้งที่ 21 ในปีหน้า ซึ่งคาดว่าจะมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งผู้นำในวงกว้าง


อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนมองว่า ความสำคัญของเป่ยไต้เหอในฐานะเวทีต่อรองทางการเมืองลดลงอย่างมากในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา หลังสีสามารถจำกัดอิทธิพลของบรรดาผู้นำอาวุโสรุ่นก่อน และรวมศูนย์อำนาจไว้กับตนเองได้มากขึ้น.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS