เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 4 สิงหาคม 2569 ความคืบหน้าการติดตามตัว น.ส.บุหลัน สลาจเนส อายุ 35 ปี ผู้สูญหาย หลังครอบครัวเข้าแจ้งขอความช่วยเหลือให้เร่งติดตามตัว ล่าสุด นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ “กัน จอมพลัง” เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางละมุง ว่า ทีมสืบสวนของ พ.ต.อ.สราวุธ นุชนารถ ผู้กำกับการ สภ.บางละมุง ได้เร่งตรวจสอบข้อมูล พร้อมไล่เรียงไทม์ไลน์การเดินทางของผู้สูญหายอย่างละเอียด จนพบเบาะแสสำคัญหลายจุด
จากการสืบสวนทราบว่า น.ส.บุหลัน เคยพักอยู่ที่ห้องเช่าแห่งหนึ่งในพื้นที่นาจอมเทียน ก่อนย้ายออกเมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา จากนั้นวันที่ 9 เมษายน ได้เดินทางไปพบเพื่อนคนหนึ่ง โดยเพื่อนให้ข้อมูลว่า ผู้สูญหายเดินทางมาด้วยรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน ไม่มีรถจักรยานยนต์และไม่มีโทรศัพท์มือถือ ก่อนจะขาดการติดต่อกับบุคคลรอบข้างตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังตรวจสอบพบข้อมูลว่า เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ผู้สูญหายเคยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ และต่อมาเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 ได้รับบาดเจ็บจากการถูกของแข็งคล้ายก้อนหินกระแทกบริเวณศีรษะ ภายในจอมเทียนซอย 3 โดยเจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถาน เมืองพัทยา ให้การช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาล
กัน จอมพลัง เปิดเผยว่า จากข้อมูลทั้งหมดเชื่อว่า น.ส.บุหลัน น่าจะยังมีชีวิตอยู่ แม้หลังจากมีการประกาศตามหาจะยังไม่มีการติดต่อกลับมายังครอบครัว จึงยังไม่ทราบว่าเกิดเหตุการณ์ใดขึ้น แต่ยืนยันว่าจะร่วมกับเจ้าหน้าที่ติดตามค้นหาต่อไปจนกว่าจะพบตัว
ขณะที่น้องชายของผู้สูญหาย กล่าวทั้งน้ำตาว่า หากพบพี่สาว ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพใด ก็พร้อมรับกลับไปดูแลที่บ้าน พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจและกัน จอมพลัง ที่ช่วยติดตามจนพบเบาะแสสำคัญ
ต่อมา กัน จอมพลัง ได้ประสานไปยัง พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผู้กำกับการ สภ.เมืองพัทยา เพื่อขอกำลังสนับสนุนในการค้นหาบริเวณจอมเทียนซอย 3 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยทาง สภ.เมืองพัทยา ได้จัดกำลังเข้าร่วมปฏิบัติการทันที
กระทั่งทีมงานของกัน จอมพลัง พร้อมน้องชายของผู้สูญหาย ลงพื้นที่ค้นหาและพบตัว น.ส.บุหลัน พักอาศัยอยู่กับกลุ่มคนไร้บ้านรวม 3 คน ทันทีที่เห็นหน้ากัน น้องชายรีบวิ่งเข้าไปสวมกอดพี่สาวด้วยความดีใจ ทั้งสองต่างร้องไห้หลังจากพลัดพรากและขาดการติดต่อกันเป็นเวลานาน
น.ส.บุหลัน เปิดเผยว่า รถจักรยานยนต์ของตนถูกขโมย ส่วนโทรศัพท์มือถือก็สูญหาย ทำให้ไม่สามารถติดต่อใครได้ อีกทั้งจำหมายเลขโทรศัพท์ของครอบครัวไม่ได้ ไม่มีเงินติดตัว และไม่รู้ว่าจะเดินทางไปที่ใด จึงต้องอาศัยอยู่กับเพื่อนและกลุ่มคนไร้บ้านเพื่อประทังชีวิต โดยหารายได้จากการเก็บขวดขาย และเก็บหอยเสียบจากทะเลมากิน
พร้อมกล่าวขอบคุณน้องชายที่ไม่ละความพยายามในการติดตามหา จนทำให้ได้กลับมาพบกันอีกครั้ง
ด้านกัน จอมพลัง กล่าวว่า รู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ภารกิจค้นหาประสบความสำเร็จ ผู้สูญหายยังมีชีวิตอยู่ และครอบครัวได้กลับมาพบกันอีกครั้ง พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางละมุง และ สภ.เมืองพัทยา ที่ร่วมบูรณาการทำงานและสนับสนุนกำลัง จนนำไปสู่การพบตัวผู้สูญหาย
หลังจากนี้เตรียมนำตัว น.ส.บุหลัน กลับบ้าน เพื่อเข้าสู่กระบวนการรักษาและฟื้นฟูสภาพร่างกายต่อไป.



