หากย้อนมองหน้าหนังสือพิมพ์และหน้าจอข่าวในรอบไม่กี่ปีมานี้ คดีของ “แอม ไซยาไนด์” (สรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์) ถือเป็นหนึ่งในคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่ซับซ้อนและสะเทือนขวัญที่สุดในประวัติศาสตร์อาชญากรรมไทย การวางยาพิษสังหารเหยื่อเพื่อหวังทรัพย์สินและปลดหนี้สิน โดยอาศัยเพียงความไว้เนื้อเชื่อใจเท่านั้น
ทว่า.. ในขณะที่คดีของแอมกำลังทยอยเข้าสู่การพิจารณาชั้นศาล สังคมไทยกลับต้องเผชิญกับข่าวใหญ่สะเทือนขวัญซ้ำสอง นั่นคือ “คดีฆ่าฝังดิน 2 พี่น้องชาวรัสเซีย” ที่ขยายผลไปพบศพเหยื่อเพิ่มรวมถึง 5 ราย โดยผู้ต้องหาเพิ่งพ้นโทษจากเรือนจำได้ไม่นาน สิ่งที่้เกิดขึ้นทั้งสองคดีนี้ ได้จุดชนวนชนให้สังคมกลับมาถกเถียงอย่างร้อนแรงเกี่ยวกับ “ความเด็ดขาดของบทลงโทษ” และการนำ “โทษประหารชีวิต” มาใช้อย่างจริงจัง

สรุปสถานะคดี “แอม ไซยาไนด์” ดำเนินคดีกี่คดี ศาลตัดสินอย่างไรบ้าง?
ทางฝ่ายสืบสวนสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สรุปสำนวนฟ้องปิดคดี “แอม ไซยาไนด์” โดยมีการแจ้งข้อหากว่า 75 ข้อหา รวมถูกสั่งฟ้องทั้งสิ้น 15 คดี (แบ่งเป็น คดีฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน 14 คดี และคดีพยายามฆ่าอีก 1 คดี) ซึ่งคดีทั้งหมดถูกโอนมาพิจารณาที่ “ศาลอาญา (ถนนรัชดาภิเษก)”
ปัจจุบัน ศาลอาญาได้ทยอยอ่านคำพิพากษาไปแล้วบางคดี โดยมีรายละเอียดและผลคำตัดสินที่สำคัญ ดังนี้…
คดีที่ศาลอาญาพิพากษาลงโทษประหารชีวิต
คดีแรก (น้องก้อย – ศิริพร) ศาลอาญาพิพากษา “ประหารชีวิต” แอม สรารัตน์ ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ส่วนอดีตสามีตำรวจถูกจำคุก 1 ปี 4 เดือน และทนายความถูกจำคุก 2 ปี
คดีที่ศาลอาญาพิพากษาประหารชีวิตแต่ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต
-คดีสารวัตรปู (พ.ต.ต.หญิง นิภา) ศาลอาญาพิพากษาประหารชีวิต แต่คำให้การในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์ จึงลดโทษให้ 1 ใน 3 เหลือ “จำคุกตลอดชีวิต”
-คดีผู้กองนุ้ย (ร.ต.อ.หญิง สุกานดา) ศาลอาญาพิพากษาประหารชีวิต และลดโทษเหลือ “จำคุกตลอดชีวิต” เช่นเดียวกัน
คดีที่ศาลอาญาพิพากษายกฟ้อง
คดีน้องนิตยา (วิศวกรสาว) และคดีอื่นๆ ศาลอาญาพิพากษา “ยกฟ้อง” เนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้นมานานหลายปี พยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และผลชันสูตรในขณะนั้นยังไม่ชัดเจนเพียงพอว่าจำเลยครอบครองสารพิษ หรือประสงค์ต่อทรัพย์ จึงต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลยตามหลักกฎหมาย
คดีที่เหลืออยู่
รวมคดีที่เหลืออีก 10-11 คดี ปัจจุบันยังคงอยู่ระหว่างการสืบพยานและนัดฟังคำพิพากษาอย่างต่อเนื่องในศาลอาญา โดยจำเลยยังคงถูกคุมขังอยู่ในทัณฑสถานหญิงกลาง

จาก “แอม ไซยาไนด์” ถึง “คดีฆ่า 2 พี่น้องรัสเซีย” ..อาชญากรไร้ความเกรงกลัว
ในคดีล่าสุดที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาอุ้มฆ่าฝังดิน 2 พี่น้องชาวรัสเซีย บริเวณเขาชีจรรย์ จ.ชลบุรี ก่อนจะขยายผลพบศพผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมรวมถึง 5 ราย ความน่าตกใจอยู่ตรงที่ผู้ก่อเหตุเพิ่งพ้นโทษจากคดีเก่ามาได้เพียง 2 เดือน ก็กลับมาก่อเหตุปล้น ฆ่า และข่มขืนซ้ำอย่างย่ามใจ
สิ่งนี้เชื่อมโยงกับคดีแอม ไซยาไนด์ ตรงที่ผู้ก่อเหตุต่างมองเห็นช่องโหว่ของกระบวนการ เช่น การอำพรางศพว่าเสียชีวิตจากโรคประจำตัว หรือการฉวยโอกาสจากระบบลดหย่อนโทษ ทำให้เกิดเสียงเรียกร้องจากประชาชนอย่างหนักแน่นว่า ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมโดยไตร่ตรองหรือคดีอุกฉกรรจ์ร้ายแรง ไม่ควรได้รับสิทธิลดหย่อนโทษ และควรถูกลงโทษด้วยการประหารชีวิตอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้กลับมาเป็นภัยต่อสังคมอีก
คดี “แอม ไซยาไนด์” และคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญชาวรัสเซีย ไม่ใช่แค่ข่าวหน้าหนึ่งที่ผ่านมาแล้วผ่านไป แต่มันคือ “กระจกเงาบานใหญ่” ที่สะท้อนให้เห็นถึงภัยใกล้ตัวในสังคมไทย การคืนความยุติธรรมให้ผู้เสียชีวิตและครอบครัว ไม่ได้หยุดอยู่แค่คำพิพากษาของศาล แต่คือการปฏิรูประบบป้องกันอาชญากรรมและการบังคับใช้กฎหมายให้เด็ดขาด เพื่อไม่ให้มีเหยื่อรายต่อไปต้องสังเวยชีวิตอีก..



