เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 ส.ค. ที่สำนักงานกฎหมาย ธนกฤต ลอว์ เฟิร์ม ถนนร่มเกล้า เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ นายอริย์ธัช วรโรจน์เจริญเดช หรือ “เบนซ์ เรซซิ่ง” เข้าพบนายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ หัวหน้าทีมทนายความ เพื่อขอความช่วยเหลือและปรึกษาแนวทางการติดตามจับกุมตัวอดีตทนายความรายหนึ่ง มารับโทษตามกฎหมาย หลังถูกหลอกลวงสูญเงินกว่า 3.1 ล้านบาท ซ้ำคู่กรณียังเบี้ยวไม่ชดใช้คืนจนถูกศาลสั่งล้มละลาย และล่าสุดได้หลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาศาลฎีกาจนถูกออกหมายจับ
นายกองตรี ดร.ธนกฤต กล่าวว่า คดีนี้สืบเนื่องจากอดีตทนายความคนดังกล่าวได้แอบอ้างตำแหน่งและสรรพคุณว่า สามารถช่วยเหลือเรื่องการประกันตัวเบนซ์ เรซซิ่ง ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยคิดค่าดำเนินการเป็นเงิน 3,100,000 บาท พร้อมทำสัญญาชัดเจนว่า หากไม่สำเร็จจะยินยอมคืนเงินให้จำนวน 3,000,000 บาท ซึ่งในวันทำสัญญามีการถ่ายภาพเงินสดไว้เป็นหลักฐาน อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงกำหนดเวลา อดีตทนายความกลับไม่สามารถดำเนินการได้ตามที่อ้าง และปฏิเสธที่จะคืนเงินตามสัญญา ต่อมา “เบนซ์ เรซซิ่ง” ได้ยื่นฟ้องต่อศาลแพ่ง กระทั่งศาลมีคำสั่งให้อดีตทนายความชดใช้เงินคืนทั้งหมด แต่ปรากฏว่าคู่กรณีได้ยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินออกไปทั้งหมด ทำให้ไม่สามารถบังคับคดีนำเงินมาคืนได้ ทำได้เพียงดำเนินการสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลายเท่านั้น ขณะเดียวกัน พฤติกรรมแอบอ้างตำแหน่งไปหลอกลวงผู้อื่นดังกล่าว ยังส่งผลให้อดีตทนายความรายนี้ถูกสภาทนายความลงโทษลบชื่อออกจากข้อบังคับการเป็นทนายความในเวลาต่อมา

นอกจากนี้ อดีตทนายความคนดังกล่าวยังถูกดำเนินคดีอาญาในข้อหาเบิกความเท็จและฟ้องเท็จ โดยศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาจำคุกรวม 3 ปี (เบิกความเท็จ 2 ปี, ฟ้องเท็จ 1 ปี) ก่อนที่ศาลอุทธรณ์จะพิพากษายกฟ้องในข้อหาเบิกความเท็จ แต่คงโทษจำคุกในข้อหาฟ้องเท็จเป็นเวลา 8 เดือน กระทั่งเมื่อวันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่ศาลฎีกานัดฟังคำพิพากษา อดีตทนายความกลับมีพฤติการณ์หลบหนี ไม่เดินทางมาฟังคำสั่งศาล ศาลจึงได้อนุมัติออกหมายจับเพื่อติดตามจับกุมตัว ทำให้ “เบนซ์ เรซซิ่ง” ต้องเดินทางมาร้องเรียนกับตน เพื่อให้ช่วยเร่งรัดและประสานงานเจ้าหน้าที่ตำรวจในการติดตามตัวผู้กระทำผิดมารับโทษตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด
ด้านนายอริย์ธัช กล่าวว่า พฤติการณ์ของอดีตทนายความรายนี้มักใช้นามบัตรและอ้างชื่อผู้หลักผู้ใหญ่ อัยการ ผู้พิพากษา และศาล เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือหลอกลวงผู้เดือดร้อนที่มีคดีความ รวมถึงเคยมีพฤติกรรมเรียกรับทองคำแท่ง 5 บาท แอบอ้างนำนามบัตรทนายความไปรับงาน ทั้งที่ถูกสภาทนายความมีมติลบชื่อออกจากการเป็นทนายความไปแล้วตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ. 61 หลังจากอดีตทนายความคนนี้ทราบว่าตนจะฟ้องกลับ ก็ถูกคนโทรฯ มาข่มขู่ให้ถอนฟ้อง บอกว่าหากไม่ยอมถอนฟ้องจะนำยาเสพติดมา “ยัด” หรือยัดยา ให้ติดคุกอีก ตนอยากฝากไปถึงอดีตทนายความคนดังกล่าวว่าวันที่มาหลอก ตนเดือดร้อนถึงที่สุด แต่ก็ยังตัดสินใจสู้คดี วันนี้ก็อยากให้อดีตทนายความคนนี้มาสู้คดีและกลับมาฟังคำพิพากษา เหมือนกับที่ตนเคยสู้คดีที่ผ่านมา
นายกองตรี ดร.ธนกฤต เปิดเผยอีกครั้งว่า เบื้องต้นได้ประสานให้ตำรวจชุดสืบสวนของ บก.สส.บช.น.ให้ช่วยติดตามตัวอดีตทนายความคนดังกล่าวแล้วหลังจากที่พบความเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่และหากได้ตัวก็จะนำส่งให้ศาลอาญาพิจารณาทันที.



