การฟื้นฟูพื้นที่ป่าเพื่อเพิ่มแหล่งดูดซับก๊าซเรือนกระจก เป็นอีกแนวทางที่หลายองค์กรนำมาใช้ควบคู่กับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อให้สอดรับกับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์
บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA จึงลงนามความร่วมมือกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ดำเนิน ‘โครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน’ มุ่งฟื้นฟูและบริหารจัดการป่าชุมชนอย่างเป็นระบบ เพื่อเพิ่มศักยภาพการดูดซับก๊าซเรือนกระจก พร้อมส่งเสริมให้ชุมชนมีบทบาทในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและได้รับประโยชน์จากการใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าอย่างยั่งยืน

โครงการข้างต้นครอบคลุมป่าชุมชน 111 แห่ง ใน 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ ตาก ยโสธร และอำนาจเจริญ โดย TOA สนับสนุนการพัฒนาโครงการบนพื้นที่รวม 6,000 ไร่ เน้นการอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่ป่าที่เสื่อมโทรม ป้องกันการบุกรุก และเสริมศักยภาพให้คนในชุมชนสามารถบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติได้ด้วยตนเองในระยะยาว ควบคู่กับการส่งเสริมกิจกรรมที่สร้างรายได้จากการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม

โดยพิธีลงนามความร่วมมือดังกล่าวมี ‘จตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TOA และ ‘หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล’ เลขาธิการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นผู้ลงนาม โดยมีวิภาดา นาคไพรัช ผู้อำนวยการสายงาน SHE & Quality Management and Sustainability, นพคุณ ปัญญาเสริมสุข หัวหน้าฝ่ายการตลาด บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และ สมิทธิ หาเรือนพืชน์ ประธานสายงานการแก้ไขปัญหาโดยใช้ธรรมชาติเป็นฐานและโครงการพิเศษ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ร่วมเป็นสักขีพยาน
จตุภัทร์ กล่าวว่า การบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศจำเป็นต้องเดินหน้าทั้งการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินธุรกิจ และการเพิ่มแหล่งกักเก็บคาร์บอนตามธรรมชาติไปพร้อมกัน บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูพื้นที่ป่าอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ได้ดำเนินโครงการฟื้นฟูป่าในจังหวัดเลยและจังหวัดอุดรธานีมาตั้งแต่ปี 2566 เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ
ความร่วมมือกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ในครั้งนี้ จะต่อยอดกลยุทธ์ Green Reforestation ซึ่งเป็นหนึ่งใน 7 กลยุทธ์ของนโยบาย Green Mission และเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2050 ผ่านการเพิ่มศักยภาพของป่าในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ พร้อมสนับสนุนให้ชุมชนสามารถดูแลทรัพยากรป่าไม้และสร้างรายได้จากกิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ด้านหม่อมหลวงดิศปนัดดา กล่าวว่า โครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน พัฒนาต่อยอดจากประสบการณ์ของโครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยใช้แนวทางพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อให้การดูแลป่าชุมชนเกิดผลต่อเนื่องในระยะยาว
ทั้งนี้ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ดำเนินงานด้านการพัฒนาชุมชน การสร้างอาชีพ การแก้ไขปัญหาโดยใช้ธรรมชาติเป็นฐาน (Nature-based Solutions) และการให้คำปรึกษาด้านความยั่งยืน ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่นำมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินโครงการร่วมกับภาคเอกชน เพื่อขยายผลการฟื้นฟูระบบนิเวศและสนับสนุนการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศ



