เมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 5 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม กล่าวถึงกรณีการรั่วไหลของข้อมูล จากกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ว่า เราได้ตรวจพบ IP ต้องสงสัยจาก 3 แหล่งแอคเคานท์ ซึ่งใช้ข้อมูลอย่างผิดปกติในการสืบหา และพฤติกรรมในการสืบหาก็มีความผิดปกติด้วย กระทรวงคมนาคมจึงแจ้งไปยังสำนักงานตำรวจไซเบอร์ให้ดำเนินการในขั้นตอนต่อไป โดย IP ที่ผิดปกติมาจาก 3 แหล่ง คือ เทศกิจเขตบางกอกน้อย การทางพิเศษแห่งประเทศไทย และกองกำลังสิงหนาถ ซึ่งเราได้ระงับยูสเซอร์ของทั้ง 3 หน่วยงานเป็นการชั่วคราวแล้ว
และสำหรับหน่วยงานต่างๆ ที่มาขอต่อข้อมูลกับกระทรวงคมนาคม และกรมการขนส่งทางบก ได้ให้รีเซตข้อมูลขอพาสเวิร์ดใหม่ เพื่อเป็นการล้างข้อมูลที่รั่วไหลออกไปก่อน เพราะขณะนี้ยังตอบไม่ได้ว่าคนที่เข้ามาเอาข้อมูลเป็นเจ้าของยูสเซอร์หรือเจ้าของพาสเวิร์ดตัวจริง หรือถูกแฮกไปแล้วถูกแอบอ้าง ส่วนชื่อขณะนี้มีครบหมดแล้ว ซึ่งส่งให้ตำรวจดำเนินการแล้ว
ขอให้ความมั่นใจกับประชาชนว่า แม้ข้อมูลที่ถูกนำมาเผยแพร่เป็นข้อมูลส่วนบุคคล แต่เป็นข้อมูลพื้นฐานไม่สามารถนำไปทำธุรกรรมใดๆ ได้ การดำเนินการที่กรมการขนส่งทางบกเปิดโอกาสให้หน่วยงานต่างๆ เชื่อมต่อได้ ก็เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนเกี่ยวกับการดำเนินการในส่วนของกระทรวงคมนาคม แต่เมื่อถูกกลุ่มมิจฉาชีพลักลอบนำข้อมูลไปขายใน Dark Web เราบล็อกทุกช่องทางแล้ว ไม่สามารถเข้าไปดูได้ในช่องทางธรรมดา แต่สำหรับกลุ่มที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ Dark Web อาจจะยังเข้าดูได้อยู่ ซึ่งเรากำลังหาวิธีการในการป้องกันต่อไป
“ขอประชาชนไม่ต้องกังวล เพราะข้อมูลเหล่านี้ไม่สามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลในการโอนกรรมสิทธิ์ใดๆ ได้ ถ้าท่านไม่ได้มีการยืนยันตัวตน ย้ำว่า กระทรวงคมนาคมจะไม่มีการติดต่อท่าน ไม่มีการส่งลิงก์ใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นทางใดก็ตาม” รมช.คมนาคม กล่าว
เมื่อถามว่า ข้อมูลที่หลุดออกไปมีประมาณกี่คน นายสิริพงศ์ กล่าวว่า มีการเสิร์ชหาหลายครั้ง กรณีที่เห็นความผิดปกติประมาณ 6,000-7,000 บางแอคเคานท์ค้นหาประมาณ 2,000 ครั้ง
เมื่อถามอีกว่า การแฮกครั้งนี้จึงมีเป้าประสงค์หรือต้องการขายข้อมูลด้วยหรือไม่ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า น่าจะเป็นส่วนหนึ่ง ส่วนจะเกี่ยวข้องกับเรื่องทางการเมืองด้วยหรือไม่นั้น ต้องรอตำรวจเป็นฝ่ายสรุป



