การเลือกตั้งประธานาธิบดีบราซิลในวันที่ 4 ต.ค. 2569 ถูกจับตามองในฐานะหนึ่งในเหตุการณ์ทางการเมืองที่มีนัยสำคัญต่อภูมิรัฐศาสตร์ของซีกโลกตะวันตก
การแข่งขันระหว่างประธานาธิบดีลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ผู้นำคนปัจจุบัน จากพรรคคนงาน ซึ่งลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 4 กับนายฟลาวิโอ โบลโซนารู วุฒิสมาชิกจากพรรคเสรีนิยม ซึ่งเป็นบุตรชายของอดีตประธานาธิบดีฌาอีร์ โบลโซนารู ไม่ได้เป็นเพียงการตัดสินอนาคตทางการเมืองของบราซิล แต่ยังมีความหมายต่อทิศทางการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ โดยเฉพาะระหว่างสหรัฐกับจีน
บราซิลเป็นประเทศซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในลาตินอเมริกา และมีบทบาทสำคัญในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ หรือ บริกส์ ดังนั้น รัฐบาลวอชิงตันจึงเฝ้าติดตามการเลือกตั้งครั้งนี้อย่างใกล้ชิด เพราะผลลัพธ์อาจส่งผลต่อทั้งระบบการเงินโลก ดุลอำนาจระหว่างมหาอำนาจ และระเบียบความมั่นคงในภูมิภาค

ประเด็นแรกคือ การลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐ ภายใต้รัฐบาลลูลา บราซิลพยายามรักษานโยบายต่างประเทศที่เป็นอิสระจากการเลือกข้างมหาอำนาจ พร้อมกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับจีน และสนับสนุนการใช้สกุลเงินท้องถิ่นในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับความพยายามของกลุ่มบริกส์ ในการพัฒนากลไกทางการเงินทางเลือก และลดการพึ่งพาระบบการเงินที่มีดอลลาร์สหรัฐเป็นศูนย์กลาง
หากลูลาได้รับชัยชนะ นโยบายดังกล่าวมีแนวโน้มเดินหน้าต่อ และอาจทำให้บราซิลมีบทบาทมากขึ้นในการผลักดันโลกหลายขั้ว ในทางกลับกัน หากฟลาวิโอ ซึ่งมีจุดยืนใกล้ชิดกับฝ่ายอนุรักษนิยมและสหรัฐ ขึ้นเป็นผู้นำ ทิศทางการต่างประเทศของบราซิลอาจขยับกลับเข้าใกล้รัฐบาลวอชิงตันมากขึ้น และลดระดับการพึ่งพาความร่วมมือกับจีน
ประเด็นที่สองคือ การแข่งขันเหนือทรัพยากรยุทธศาสตร์และห่วงโซ่อุปทาน บราซิลเป็นทั้งแหล่งผลิตอาหารรายใหญ่และมีทรัพยากรแร่ที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ขณะที่จีนมีบทบาทสำคัญต่อการค้าของบราซิล รัฐบาลลูลาให้ความสำคัญกับอธิปไตยเหนือทรัพยากรและไม่ต้องการให้มหาอำนาจจากภายนอกเข้ามาครอบงำโดยปราศจากเงื่อนไข
ความสัมพันธ์กับสหรัฐ จึงมีความตึงเครียดในหลายมิติ ทั้งประเด็นการค้า มาตรการภาษี การขึ้นบัญชีองค์กรอาชญากรรมของบราซิลเป็นองค์กรก่อการร้ายข้ามชาติ รวมถึงข้อพิพาทเกี่ยวกับระบบชำระเงินดิจิทัล “พิกซ์” (PIX) ซึ่งสะท้อนการแข่งขันด้านอิทธิพลทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่ซับซ้อนขึ้น

อีกประเด็นคือ การแข่งขันทางอุดมการณ์และเครือข่ายการเมืองข้ามชาติ ซึ่งฟลาวิโอมีฐานสนับสนุนจากเครือข่ายอนุรักษนิยมในสหรัฐ และได้รับความสนใจจากกลุ่มการเมืองฝ่ายขวาในภูมิภาค ขณะที่ฝ่ายลูลากังวลว่า การเลือกตั้งครั้งนี้อาจเผชิญกับความพยายามแทรกแซง ผ่านปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารและเครือข่ายดิจิทัล
การเลือกตั้งทั่วไปของบราซิลจึงอาจเป็นมากกว่าการเลือกผู้นำประเทศ แต่เป็นการตัดสินทิศทางของบราซิลในสมรภูมิอำนาจโลก หากลูลาได้รับชัยชนะ บราซิลมีแนวโน้มเดินหน้ากระชับความสัมพันธ์กับบริกส์ และจีน พร้อมผลักดันระบบโลกหลายขั้ว
ขณะที่ชัยชนะของฟลาวิโอ อาจเปิดทางให้รัฐบาลวอชิงตันฟื้นอิทธิพลในบราซิล และสกัดการขยายบทบาทของจีนในลาตินอเมริกาได้มากขึ้น ด้วยเหตุนี้ การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่สหรัฐไม่อาจมองข้าม เพราะผลลัพธ์อาจกำหนดทิศทางดุลอำนาจทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ของซีกโลกตะวันตกไปอีกหลายปี.
ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES, REUTERS



