วันที่ 5 ส.ค. นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการด้าน ดาต้า เซ็นเตอร์ (Data Center) เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและปรับปรุงระบบการส่งเสริมการลงทุนให้สอดรับกับอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ
การสนับสนุนการลงทุนในธุรกิจ ดาต้า เซ็นเตอร์ จำเป็นต้องมีนโยบายและมาตรการกำกับดูแลที่ชัดเจน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจอย่างแท้จริงโดยไม่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะความมั่นคงทางพลังงานและการใช้ทรัพยากรสำคัญ ได้แก่ ไฟฟ้า น้ำ ที่ดิน และสิ่งแวดล้อม รวมถึงต้องรักษาความมั่นคงด้านข้อข้อมูลของประเทศด้วย
เปิดโครงสร้างคณะกรรมการชุดใหม่
สำหรับองค์ประกอบ มีดังนี้ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายคนหนึ่ง นั่งประธานกรรมการ, รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รมว.มหาดไทย รมว.พลังงาน นั่งรองประธานกรรมการคนที่ 1 คนที่ 2 และคนที่ 3 ตามลำดับ, กรรมการโดยตำแหน่ง 12 คน เช่น ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปลัดกระทรวงพลังงาน ปลัดกระทรวงมหาดไทย เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง จำนวนไม่เกิน 3 คน
อำนาจหน้าที่และการกำกับดูแล
คณะกรรมการชุดนี้จะมีอำนาจหน้าที่ในการเสนอแนะนโยบาย มาตรฐาน และกรอบแนวทางปฏิบัติสำหรับหน่วยงานรัฐในการอนุมัติ อนุญาต หรือให้บริการแก่ผู้ประกอบธุรกิจ Data Center
นอกจากนี้ ยังมีหน้าที่ศึกษา วิเคราะห์ และติดตามประเมินผลกระทบจากการประกอบกิจการ เพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าการลงทุนจะเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด
เน้นพลังงานสะอาดและธรรมาภิบาลทรัพยากร
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เน้นย้ำว่า เป้าหมายสำคัญของการมีคณะกรรมการชุดนี้ คือ
1.ด้านพลังงาน : มุ่งเน้นการใช้พลังงานสะอาด รักษาความมั่นคงทางพลังงาน และดูแลให้ราคาพลังงานเป็นธรรม ไม่สร้างภาระให้แก่ประชาชน
2.ด้านทรัพยากรน้ำ : จัดสรรการใช้น้ำอย่างเป็นธรรมและเกิดประโยชน์สูงสุด
3.ด้านผังเมืองและความปลอดภัย : ควบคุมการใช้พื้นที่ให้เป็นไปตามกฎหมายผังเมือง และมีมาตรการรักษาความปลอดภัยสาธารณะ โดยเฉพาะการป้องกันอัคคีภัย
4.ด้านสิ่งแวดล้อมและชุมชน : จัดให้มีกลไกเยียวยาและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ
“รัฐบาลมีความปรารถนาดีในการส่งเสริมธุรกิจ Data Center แต่การส่งเสริมนั้นจะต้องควบคู่ไปกับการกำกับดูแล เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิผล และสร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง รวมทั้งสร้างความชัดเจนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล และป้องกันไม่ให้กิจการดาต้าเซ็นเตอร์ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานและการจัดสรรทรัพยากรน้ำในภาพรวมของประเทศ”



