นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า วันนี้แบรนด์เอ็มจีมีความพร้อมทุกด้านในการรองรับและอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ในประเทศไทยอย่างเต็มประสิทธิภาพ และจะเป็นกำลังหลักในการยกระดับระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าและทำให้สังคมยานยนต์ไฟฟ้าเกิดขึ้นจริงในประเทศไทย อย่างไรก็ตามการเกิดขึ้นของสังคมยานยนต์ไฟฟ้าจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะความชัดเจนของภาครัฐที่จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยขับเคลื่อนสู่เป้าหมายได้เร็วยิ่งขึ้น

สำหรับประเทศไทยเอ็มจีมีแผนจะแนะนำรถยนต์พลังงานทางเลือกสู่ตลาดอีกอย่างน้อย 3 รุ่น ภายในปี 65 เอ็มจีกับการเป็นผู้นำและบุกเบิกตลาดรถยนต์พลังงานทางเลือกในไทย พาคนไทยเข้าใกล้เทรนด์โลกส่งรถอีวี บุกตลาดอย่างจริงจัง รั้งตำแหน่งผู้นำรถอีวีในไทย ปัจจุบัน เอ็มจีเป็นผู้นำตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดกว่า 90% และมีผู้ใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของเอ็มจีร่วม 3,000 คัน

“ในปีหน้า พร้อมเปิดตัวรถพลังงานทางเลือกในไทยไตรมาส ละไม่น้อยกว่า 1 รุ่น ที่ผ่านมาเราได้ทำตลาดรถอีอย่างจริงจังต่อเนื่อง และรถที่ออกมานั้นได้ตอบโจทย์ของผู้ใช้ได้รับอรรถประโยชน์มากขึ้น เช่น เอ็มจี อีพี รถสเตชั่นแวกอน มีพื้นที่ความจุเยอะวิ่งได้ระยะทาง 380 กม.ต่อการชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้ง ซึ่งช่วยให้สามารถเดินทางได้ไกลขึ้น ช่วยลดความกังวลในการหาที่ชาร์จได้ หากวิ่งในระยะทางดังกล่าว”

นาย จาง ไห่โป กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และบริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เอ็มจี มุ่งมั่นผลักดันสังคมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศอย่างต่อเนื่องมากว่า 3 ปี ซึ่งตลอดระยะเวลา ที่ผ่านมาเอ็มจีไม่ได้เพียงแค่เปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องเท่านั้น แต่ยังเดินหน้าสร้างโครงสร้างพื้นฐานยานยนต์ไฟฟ้าให้ครอบคลุมในทุกมิติควบคู่กันไป วันนี้เราภูมิใจที่ได้เห็นการเติบโตของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าจนกลายเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยม อีกทั้งยังเป็นแรงกระตุ้นสำคัญที่ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์หลากหลายแบรนด์ เริ่มแนะนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างจริงจัง รวมไปถึงภาครัฐที่ออกมาตรการเพื่อสนับสนุนการใช้รถยนต์ พลังงานไฟฟ้าอย่างชัดเจน

“การมีเครือข่ายสถานีอัดประจุไฟฟ้าที่แข็งแกร่งและครอบคลุม จะเป็นตัวส่งเสริมให้ความนิยมของรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามีมากขึ้น ดังนั้น เอ็มจี จึงได้ลงทุนติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบเร็ว (DC Charger) ภายใต้ชื่อ “MG Super Charge” ซึ่งปัจจุบันสามารถเปิดให้บริการแล้วกว่า 120 แห่ง ทั่วประเทศ และมีเป้าหมายอย่างชัดเจนในการติดตั้งเพิ่มเติมอีกกว่า 500 แห่ง ด้วยการประสานความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง การร่วมมือกับสถานีบริการน้ำมันบางจาก ซึ่งเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งของเรา และมีทิศทางเดียวกันในการสนับสนุนการใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้า สะท้อนแนวทางการดำเนินงานของทั้งเอ็มจีและบางจากฯ ในฐานะผู้ผลักดันและขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่การเป็นสังคมอีวี ไปอีกระดับและสร้าง การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้กับคนไทย”



